มิว ยินดีเต็มที่!! ให้ปากคำตำรวจ ใครทำผิด ก็ต้องรับผิดไป

มิว ยินดีเต็มที่!! ให้ปากคำตำรวจ ใครทำผิด ก็ต้องรับผิดไป

            นางเอกสาวดาวรุ่ง “มิว นิษฐา จิรยั่งยืน” ออกมาอัพเดทความคืบหน้า หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งจดหมายเรียกตัว เพื่อให้เดินทางไปให้ปากคำเกี่ยวกับกรณี ทำร้ายร่างกายลูกนายพล “เจมส์บอนด์ อิศราชนุวัฒภ์” กลางร้านอาหารชื่อดังในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยสาวมิวเปิดเผยว่า ตอนนี้ตนกำลังเร่งเคลียร์คิวงานทั้งหมด เพื่อที่จะหาเวลาเดินทางไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเจ้าตัวยังบอกอีกว่าพร้อมให้ความร่วมมือทุกอย่าง และที่สำคัญใครที่เป็นคนทำผิดก็ต้องรับผิดไป ก่อนออกปากทางครอบครัวโดยเฉพาะคุณแม่ยังคงมีอาการเครียดอยู่บ้าง ที่มีชื่อของตนเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ …

สอบถามความคืบหน้าเรื่องการให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
“ใช่ค่ะ ก็ตั้งใจไว้แล้วค่ะว่าจะเดินทางขึ้นไปให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนเรื่องวันอันนี้มิวเองก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเป็นวันไหน เพราะกำลังเคลียร์คิวอยู่เหมือนกัน แต่ตั้งใจไว้แล้วค่ะว่าจะไปแน่นอนและไปให้เร็วที่สุด”

จะมีโอกาสไหมที่เรากับแต้วจะไปพร้อมกัน ?
“ถ้าหากว่างตรงกันก็อาจจะมีสิทธิ์ค่ะ แต่อย่างที่บอกตอนนี้มิวเองก็กำลังเร่งเคลียร์คิวให้เร็วที่สุดอยู่”

ส่วนตัวเราเองตอนนี้ได้รับหมายเรียกแล้วหรือยัง ?
“ได้รับแล้วค่ะ ของมิวเพิ่งจะได้มาเมื่อ 1-2 วันก่อน”

เพื่อนนักแสดงที่ถูกเรียกไปให้ปากคำเหมือนกัน เราได้มีโอกาสพูดคุยกับเขาบ้างไหม ?
“ก็มีถามหมากบ้างเหมือนกันค่ะว่าจะต้องทำอะไรยังไงบ้าง”

สำหรับตัวเราเองยังมีความกังวลในเรื่องไหนอีกไหม ?
“ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ เพราะมิวเองก็ไม่เคยไปให้ปากคำอะไรแบบนี้ แต่ที่คุยกับหมาก เขาก็บอกมาว่าชิวๆ เพราะเราก็แค่ไปเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นว่าเราทำอะไร เป็นยังไงบ้าง”

 

มีแอบเครียดไหมเพราะเหมือนเรื่องราวมันก็บานปลายขึ้นเรื่อยๆ ?
“เครียดเหมือนกันค่ะ แต่ก็พยายามมองอีกแง่มุมหนึ่ง เพราะอย่างที่บอกมันไม่ได้เกี่ยวกับเราสักเท่าไหร่ ส่วนทางคุณแม่มิวท่านก็จะมีเครียดอยู่บ้างที่มิวมีชื่อเข้าไปเกี่ยวในนั้น ซึ่งมิวก็จะคอยบอกกับท่านตลอดว่าไม่มีอะไรหรอก”

เข็ดเลยไหมกับการไปทานข้าวตามร้านอาหารแบบนี้ ?
“ไม่หรอก มิวมองว่ามันเป็นเรื่องของจังหวะมากกว่าที่บังเอิญเป็นวันนั้นพอดี ซึ่งคุณแม่มิวเองท่านก็ไม่ได้ห้ามหรือว่าอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ท่านจะบอกให้เราระมัดระวังตัวเองมากกว่า”

สำหรับการขึ้นไปให้ปากคำครั้งนี้เราก็พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ ?
“ใช่ค่ะ ยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่แน่นอน ก็คือใครทำผิดก็ต้องรับผิดไป”

จริงๆ ในจดหมายเรียกเขาได้ระบุไหมว่าเราจะต้องไปในระยะเวลากี่วัน ?
“น่าจะมีนะคะ แต่มิวยังไม่ได้อ่านจดหมายเลย เพราะคุณแม่จะเป็นคนอ่านเองทั้งหมด”

นับตั้งแต่เกิดเรื่องทางพี่อุ้มได้โทรมาคุยหรือโทรมาขอโทษบ้างไหม ?
“สำหรับมิวไม่มีค่ะ แต่เห็นว่าโทรมาหาพี่แต้ว ซึ่งเป็นในลักษณะของการฝากขอโทษอะไรประมาณนี้ค่ะ (ยิ้ม)”

หลังจากจบเรื่องนี้ เรา หมาก แต้ว จะชวนกันไปทำบุญใหญ่เลยไหม ?
“จริงๆ เราก็ทำบุญกันอยู่แล้วนะคะ แต่ถ้าจะให้นัดรวมตัวกันแบบ มิว แต้ว หมาก คงไม่หรอกค่ะ (ยิ้ม)”

มิว นิษฐา

มิว นิษฐา

มิว นิษฐา

มิว นิษฐา

มิว นิษฐา

มิว นิษฐา

ที่มา:sanook

เปิดคลิปวัยรุ่นตะลุมบอน นศ.ถูกกระสุนลูกหลง ตาย 1

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 02.30 น. ของวันที่ 19 ก.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ รับแจ้งจากศูนย์วิทยุศรีไผท เหตุวัยรุ่นยกพวกทะเลาะวิวาทใช้ทั้งปืนและอาวุธมีด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บสาหัส 1 ราย เหตุเกิดย่านสถานบันเทิง ถนนศิริรัฐ เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์

เจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบ ที่ประตูทางเข้าร้านสะดวกซื้อ บริเวณถนนศิริรัฐ พบนายภูธเนศ อายุ 18 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง อาการสาหัส จากถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาด 1 นัดที่กลางหลัง กระสุนตัดหัวใจ ทะลุออกหน้าอก เลือดไหลทั่วร่าง นองเต็มพื้น โดยมีนายปรเมศ อายุ 18 ปี นายศุภฤทธิ์ อายุ 18 ปี เพื่อนนักศึกษาพากันหอบร่างเข้าไปหน้าเคาน์เตอร์ร้านสะดวกซื้อ เพื่อขอความช่วยเหลือ

กู้ชีพเร่งให้การช่วยเหลือ นำส่ง รพ.สุรินทร์ แพทย์เร่งช่วยเหลือเต็มที่ แต่อาการสาหัสทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหนึ่งราย รอการช่วยเหลือที่ฟุตบาทใกล้ลานจอดรถสถานบันเทิง ทราบชื่อ นายเอกราช อายุ 21 ปี พนักงานโรงน้ำแข็ง ถูกฟันด้วยอาวุธมีดที่ศีรษะ 1 แผล บาดแผลฉกรรจ์ กู้ชีพนำส่งรพ. ให้แพทย์ทำการช่วยเหลือ

สอบสวนพยานหลายปาก ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ มีกลุ่มวัยรุ่น 2 กลุ่ม ฝ่ายละไม่น้อยกว่า 10 คน ยกทะเลาะวิวาทด้วยปืนและมีด กลุ่มแรกอยู่บนถนนศิริรัฐ ใช้ปืนยิงใส่คู่กรณีที่กำลังเดินออกมาจากสถานบันเทิง อีกฝ่ายจึงใช้ปืนยิงโต้กลับ เสียงปืนดังสนั่นหลายนัด จากนั้นจึงกรูเข้าตะลุมบอนกัน นักเที่ยวที่กำลังกลับบ้านวิ่งหนีแตกกระเจิง ทั้ง 2 กลุ่มที่ก่อเหตุ เห็นตำรวจสายตรวจมาระงับเหตุ แยกย้ายขึ้นจยย.หลบหนีอย่างรวดเร็ว

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ได้ออกสืบสวนติดตามกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งขอภาพวีดีโอวงจรปิดในพื้นที่ที่บันทึกภาพแกะรอย จนสามารถจับกุมกลุ่มวันรุ่นที่ต้องสงสัยก่อเหตุมาได้ทั้งหมดแล้ว

พร้อมของกลาง อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ 2 กระบอก ปืนปากกา 1 กระบอก อาวุธมีดอีก 2 เล่ม ซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งขณะนี้ทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนสอบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ได้รุดสอบถามกลุ่มเยาวชนที่ร่วมกันก่อเหตุด้วยตนเอง

โดยนายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว ก่อเหตุอย่างอุกอาจกลางเมือง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว และเป็นที่สาธารณะ ซึ่งอาจมีคนถูกลูกหลงได้ ทางเจ้าหน้าที่เองทั้งปกครอง ตำรวจก็คงยอมไม่ได้ และติดตามจับกุมทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมเจ้าหน้าที่ ก็ให้ดำเนินการส่งฟ้องไปตามกฎหมายอย่างรวดเร็วต่อไป

ที่มา:sanook

แฟนบอลเมืองทองฯ-ท่าเรือ ปะทะเดือด เจ็บสาหัส 4 ราย

แฟนบอลเมืองทองฯ-ท่าเรือ ปะทะเดือด เจ็บสาหัส 4 ราย

           (14 ก.ย.) เมื่อเวลา 22.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุแฟนบอล ทีม SCG เมืองทอง และ การท่าเรือ เกิดการปะทะกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ที่บริเวณสี่แยกเดาใจ เมืองทองธานี ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่อาสามัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้งขอกำลังสนับสนุน เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งจังหวัดนนทบุรี กำลังทหาร เจ้าหน้าที่ รปภ.เมืองธานีและเจ้าหน้าที่เทศบาลนครปากเกร็ด เข้าร่วมสนับสนุน

ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณด้านหลังสนามฟุตบอลเมืองทอง ช่วงสีแยกก่อนขึ้นทางด่วนเมืองทองธานี เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงจากแฟนบอลทั้ง 2 ทีม สำหรับการแข่งขันของคู่นี้เริ่มตั้งแต่เวลา 19.00 น.-21.00 น.โดยผลการแข่งขันเสมอกันที่ 1:1 หลังแข่งขันเสร็จมีการทยอยออกจากสนามของแฟนบอลท่าเรือ ก่อนเกิดเหตุมีการตะโกนด่ากัน จากนั้นแฟนบอลทีมท่าเรือได้กระโดดลงจากรถ มีการขวางปาขวดและใช้อาวุธไม้ ไล่ตีกันจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยหลายราย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 ราย บาดเจ็บเล็กน้อยอีกหลายราย

 

สำหรับการเข้าระงับเหตุในครั้งนี้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 300 นาย, การ์ดสนามฟุตบอลเมืองทองธานี 100 นาย, อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้งจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี กทม. 100 นาย , ทหาร ปตอ.พัน3 จำนวน 50 นาย, รถพยาบาล 20 คันและรถดับเพลิงเทศบาลนครปากเกร็ดจำนวน 3 คัน หลังกำลังเจ้าหน้าที่ผลักดันแฟนบอลทีมท่าเรือออกนอกพื้นที่ได้ จึงได้มีการทำความสะอาดบริเวณผิวจราจรจากเศษแก้ว ใช้เวลาเคลียร์พื้นที่ประมาณ 3 ชม.

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมแฟนบอลบางส่วนเพื่อสอบปากคำและส่งดำเนินคดี สภ.ปากเกร็ด ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดต้องรอสอบปากคำหลังอาการดีขึ้นและสามารถให้การได้ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา:sanook

หนุ่มขับกระบะชนประตูบ้านนายกอบต. ลั่น “ผมชนความรัก”

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (16 ส.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. ศูนย์วิทยุ 191 ได้รับแจ้งว่ามีชายกำลังจะบุกรุกเข้าบ้านของคนอื่น บริเวณหจก.พงศธรก่อสร้าง เลขที่ 40 ถนน อ่างทอง – โพธิ์พระยาท่าเรือ ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ ร้อยเวร 20 และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าทำการระงับเหตุ

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังเดินทางไประงับเหตุ ขณะนั้นผู้สื่อข่าวอยู่ในระหว่างเปิดกล้องภายในรถและกำลังก้าวลงจากรถ ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อชายคนดังกล่าวได้ขึ้นไปบนรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บฉ 8724 อ่างทอง จากนั้นได้สตาร์ทรถขับพุ่งชนประตูกระจกอะลูมิเนียม ทะลุเข้าไปในบ้านเสียหายทั้งบาน ท่ามกลางความตกตะลึงของชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาสากู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ถึงที่เกิดเหตุ ได้เรียกให้ชายคนดังกล่าวลงมาจากรถแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมา ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ชายที่ก่อเหตุดังกล่าวจึงได้ยอมเดินลงมาจากรถ พร้อมกับพูดว่า “ผมชนความรัก ผมมาตามหาความรัก”

 

ทราบชื่อต่อมา นายยุทธพิชัย อายุ 32 ปี มีอาการคล้ายคนเสียสติพูดวกวน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวนำส่ง สภ.เมืองอ่างทอง ทำการสอบสวน เพราะเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะถูกประชาชนเข้าทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ

จากการสอบถาม นายธันวา อายุ 29 ปี ญาติเจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของนายสมชาย สุเมฆะกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านอิฐ นายกอบต.ชื่อดังในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งตอนเกิดเหตุได้ไม่อยู่บ้านมีเพียงญาติเป็นผู้ดูแลบ้าน

โดยเมื่อเวลาประมาณ 3-4 ทุ่ม วานนี้ (15 ส.ค.) ตนเองได้พบเห็นนายยุทธพิชัย มาเดินวนเวียนอยู่แถวหน้าบ้านหลังดังกล่าว ตนเองได้เดินไปสอบถามก็ได้รับคำตอบว่า มาตามหารัก และบอกด้วยว่าแฟนชื่อหมวย อยู่ในบ้านหลังนี้ ตนเองจึงได้ตอบกลับไปว่าไม่มีคนชื่อหมวย อยู่ในบ้าน แล้วบอกให้กลับไป

จนกระทั่งช่วงบ่ายของวันนี้ นายยุทธพิชัย ได้ขับรถกระบะมาจอดที่หน้าบ้านอีก ตนเองก็ได้ตอบไปเหมือนกับเมื่อวานว่าไม่มีคนชื่อนี้อยู่ หลังจากนั้นนายยุทธพิชัย ได้ขึ้นรถกระบะคันดังกล่าวตนเองเห็นท่าไม่ดีจึงบอกให้แฟนสาวหลบ แล้วก็เป็นแบบที่คิดนายยุทธพิชัย ได้ขับรถพุ่งชนประตูกระจกอะลูมิเนียมหน้าบ้านเข้าไปอย่างจังจนได้รับความเสียหายทั้งบาน

ด้าน ร.ต.ท.จักรี พันเอ็ด รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง กล่าวว่า จากการสอบสวนนายยุทธพิชัย ยังให้การวกไปวนมาพูดแต่เพียงว่ามาตามหาความรัก และจะขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปส่งที่บ้าน

เบื้องต้น ต้องรอให้นายสมชาย เจ้าของบ้านผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ส่วนนายยุทธพิชัยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งตัวไปให้แพทย์ รพ.อ่างทอง ตรวจสอบหาสารเสพติด และดูว่ามีความผิดปกติทางจิตหรือไม่ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

หนุ่มคลั่งรักขับกระบะชนประตูบ้านนายกอบต.ดัง เข้าใจว่าแฟนสาวหลบอยู่ด้านใน

หนุ่มคลั่งรักขับกระบะชนประตูบ้านนายกอบต.ดัง เข้าใจว่าแฟนสาวหลบอยู่ด้านใน

หนุ่มคลั่งรักขับกระบะชนประตูบ้านนายกอบต.ดัง เข้าใจว่าแฟนสาวหลบอยู่ด้านใน

หนุ่มคลั่งรักขับกระบะชนประตูบ้านนายกอบต.ดัง เข้าใจว่าแฟนสาวหลบอยู่ด้านใน

หนุ่มคลั่งรักขับกระบะชนประตูบ้านนายกอบต.ดัง เข้าใจว่าแฟนสาวหลบอยู่ด้านใน

หนุ่มคลั่งรักขับกระบะชนประตูบ้านนายกอบต.ดัง เข้าใจว่าแฟนสาวหลบอยู่ด้านใน

ที่มา:sanook