สาวจีนมึน! เดินเที่ยวอยู่ดีๆ ถูกชน-ตีหัวแตก เย็บ 6 เข็ม

สาวจีนมึน! เดินเที่ยวอยู่ดีๆ ถูกชน-ตีหัวแตก เย็บ 6 เข็ม

    สาวชาวจีนเดินเที่ยวอยู่ๆ ถูกชายแปลกหน้าขี่มอเตอร์ไซต์พุ่งชนและทำร้ายทุบตี จนได้รับบาดเจ็บมีแผลที่ศีรษะต้องเจ็บกว่า 6 เข็ม ใบหน้าบามเป่งอย่างน่ากลัว สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า (18 ส.ค.) มีชาวเน็ตผู้ใช้ไมโครบล็อก สื่อโซเชียลฯ ดังของจีน ชื่อ “Ophelia之死” โพสต์แชร์ประสบการณ์ชวนน่ากลัว ถูกทำร้ายระหว่างเดินเที่ยวที่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน จนใบหน้าบวมเป่ง ศีรษะแตกเลือดอาบตัวต้องเย็บแผลกว่า 6 เข็ม พร้อมเตือนให้ชาวเน็ตใส่ใจระมัดระวัง

โดยเธอระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อค่ำเวลาราว 20:00 น. วันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา หลังจากเดินทางจากมณฑลหูเป่ยมาเที่ยวที่สวนสาธารณะทะเลสาบชุ่ยหู และวัดหยวนทง ในเมืองคุนหมิง ระหว่างเดินอยู่บริเวณทางแยกหนึ่งใกล้สถานีรถไฟใต้ดินสถานีขนส่งใต้ จู่ๆ ก็ถูกชายแปลกหน้ารายหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์พุ่งชนและทำร้ายทุบตี

โชคดีมีคนเดินถนน 2 คนเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เธอได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะต้องเย็บกว่า 6 เข็ม ใบหน้าบวมเป่ง รวมถึงตาซ้ายที่บวมจนลืมไม่ขึ้น นอกจากนี้ยังเผยว่า เธอไม่ได้หวังให้เป็นที่สนใจ แต่เธอหวังเพียงแค่ตามหาตัวผู้กระทำได้ ด้วยไม่อยากให้มีคนอื่นประสบเหตุการณ์อย่างเดียวกันเธออีก

ทั้งนี้ ขณะนี้ทางตำรวจเมืองคุนหมิงและทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเข้าตรวจสอบเรื่องราวดังกล่าว สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  

ที่มา : sanook

พ่อตาปืนไว!! หลานสาวของหาย เดินมาถามลูกเขย-ปฏิเสธ ชักปืนยิงคว่ำ

         เมื่อเวลา 05.50 น. วันที่ 20 ธ.ค. ร.ต.อ.สบทบ บุญแสน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านหมี่ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.บ้านหมี่ว่า เกิดเหตุมีคนถูกยิงด้วยอาวุธปืน ที่บ้านหนองกระเบื้อง หมู่ที่ 4 ต.สายห้วยแก้ว ร.ต.อ.สมทบ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมทั้งประสานแพทย์เวร จาก รพ.บ้านหมี่ และหน่วยกู้ภัยสว่างอริโยธรรมสถานบ้านหมี่ เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ บ้านหลังที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้สองชั้น ที่ชั้นล่างพบผู้ที่ถูกยิงที่ข้อเท้าด้านซ้าย กระสุนทะลุข้อเท้า นอนร้องขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวด มีเลือดไหลนองพื้น แพทย์ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวรักษาต่อที่ รพ.บ้านหมี่ ทราบชื่อต่อมา คือ นายวันชัย อายุ 39 ปี อยู่หมู่ 4 ต.สายห้วยแก้ว อ.บ้านหมี่ ลพบุรี เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้นอนดูทีวีอยู่ชั้นล่าง ได้มีนายจรูญ  อายุ 60 ปี อยู่หมู่ที่ 4 ต.สายห้วยแก้ว พ่อตา ซึ่งบ้านอยู่ไม่ไกลกันมากนัก ได้เดินเข้ามาถามว่าเห็นเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กของหลานสาวหรือไม่ หายไปตั้งแต่เมื่อวาน ตนได้ตอบไปว่าไม่เห็น และไม่ได้เป็นคนเอาไป เท่านั้นเอง นายจรูญ พ่อตาปืนไว ได้ใช้อาวุธปืน ขนาด 9 มม. ที่พกติดตัวมา ยิงใส่ตนเอง 1 นัด โดนที่ข้อเท้าซ้ายคมกระสุนทะลุข้อเท้าจนล้มคว่ำ จึงร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านให้ช่วยเรียกกู้ภัยมาช่วยเหลือ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ นายจรูญ พ่อตาปืนไว ที่ซุ่มดูอยู่ใกล้สถานที่เกิดเหตุได้เดินเข้ามอบตัวกับ ร.ต.อ.สมทบ บุญแสน พร้อมด้วยอาวุธปืน ขนาด 9 มม. กระบอกที่ก่อเหตุ จึงได้นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับพ่อตาปืนไวรายนี้ต่อไป

201612200914302-20151201143204

201612200914304-20151201143204

 ที่มา:khaosod

ตำรวจแจ้งข้อหาโจ๋วัย 18 ถีบรถจักรยานยนต์ล้ม พ่อเหยื่อปัดการขอโทษ

ตำรวจแจ้งข้อหาโจ๋วัย 18 ถีบรถจักรยานยนต์ล้ม
ตำรวจแจ้งข้อหาโจ๋วัย 18 ถีบรถจักรยานยนต์ล้ม

          ตำรวจแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย เหตุหนุ่ม 18 ปี ถีบรถจักรยานยนต์ 2 พี่น้องล้ม พ่อโร่ขอโทษสังคม พร้อมอบรมลูกให้มากขึ้น ด้านพ่อเหยื่อไม่รับคำขอโทษ

          จากกรณีที่มีเหตุการณ์หนุ่มถูกถีบรถจักรยานยนต์จนคว่ำ จนกลายเป็นข่าวดังทั่วอินเทอร์เน็ต ต่อมาผู้ก่อเหตุได้มอบตัว ส่วนผู้เสียหายได้สอบปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจ

 
ตำรวจแจ้งข้อหาโจ๋วัย 18 ถีบรถจักรยานยนต์ล้ม

          ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2559 เวลา 14.00 น. ด้านนายณัฐสุวัชร์ บุญจันทร์ หรือนายเอ็มผู้ก่อเหตุ อายุ 18 ปี พร้อมด้วยบิดา ได้เดินทางเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับทำการไกล่เกลี่ยกับฝ่ายผู้เสียหาย โดยผู้ก่อเหตุมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่รู้สึกใด ๆ ทั้งสิ้น พร้อมกันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังได้เก็บตัวอย่างปัสสาวะของผู้ก่อเหตุไปตรวจหาสารเสพติดอีกด้วย แต่ผลก็ปรากฎว่าไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด

          ขณะเดียวกัน ทางผู้ต้องหายังได้ทำการขอโทษบิดาของผู้เสียหาย ซึ่งทางบิดามีทีท่าไม่ยอม ลุกขึ้นจากเก้าอี้ แต่ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น

ตำรวจแจ้งข้อหาโจ๋วัย 18 ถีบรถจักรยานยนต์ล้ม

          โดยภายหลังการพูดคุย ทางคุณสมชาย บุญจันทร์ บิดาของผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ตนต้องขอโทษแทนลูกด้วยที่ได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ขอโทษสังคมและตนก็จะเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งหลังจากนี้ ก็น่าจะใจเย็นขึ้นมาก ตนก็จะสอนลูกให้เป็นคนดีเสมอ ส่วนตนเอง หลังทราบเรื่องก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก และจะอบรมลูกให้มากขึ้น

          โดยขณะที่เกิดเหตุ ตนก็ไม่รู้เรื่องด้วย ซึ่งทราบเรื่องจากที่มีคนมาบอก โดยสาเหตุเกิดจากลูกได้ออกไปส่งแฟนสาวที่ทำงาน แต่ได้เกิดการทะเลาะกัน และเกิดอารมณ์ให้ของลับกันตามประสาวัยรุ่น โดยยืนยัน ไม่มีการยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อน มีแต่การสูบบุหรี่เท่านั้น และในขณะที่เกิดเหตุ ก็ไม่มีอาการมึนเมาแต่อย่างใด

          ทั้งนี้ โดยปกติแล้ว ตนก็ทำงานค้าขายอยู่ต่างจังหวัด ส่วนลูกก็จะอยู่กับแม่ ซึ่งก็เคยมีอารมณ์ฉุนเฉียว ซึ่งที่ผ่านมา ก็เคยมีเรื่องถูกถีบรถมาก่อนช่วงอายุ 14-15 ปี แต่ก็ยอมความกันไป ส่วนเรื่องการชดใช้ค่ารักษาพยาบาล  ก็จะมีการรับผิดชอบทั้งหมด

ถีบรถจักรยานยนต์

          ด้าน พ.ต.อ. ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล กล่าวว่า ในเบื้องต้นทางเจ้าที่ตำรวจได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาในส่วนของการทำร้ายร่างกายผู้อื่นเพียงข้อหาเดียว แต่ทางผู้เสียหายจะพยายามแจ้งข้อหาพยายามฆ่านั้น ก็ต้องรอดูไปตามพยานหลักฐาน เพราะเรื่องนี้ค่อนข้างจะละเอียดอ่อน ซึ่งหลังจากนี้ ก็อยู่ในช่วงการรวบรวมพยานหลักฐาน และที่สำคัญ คือใบรับรองความเห็นของแพทย์ เพราะการแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายนั้น มี 2 อย่างคือ มีแบบธรรมดา และแบบสาหัส โดยหากแพทย์มีความเห็นต้องทำการรักษาเกิน 15 วัน ก็จะเป็นแบบสาหัส ซึ่งอาจจะต้องมีการแจ้งข้อหาเพิ่ม โดยเบื้องต้น ก็พยายามจะเดินหน้าให้เร็วที่สุด ซึ่งล่าสุด แพทย์ได้ลงความเห็นว่าของผู้เสียหายผู้ชายเป็นแบบแค่ 3 วัน แต่ในส่วนของผู้เสียหายผู้หญิงต้องรอความเห็นส่วนของดวงตาอีกครั้ง โดยจากที่เรียกให้มาพบกันวันนี้ เป็นการเข้ามาปรับความเข้าใจกันเท่านั้น เพราะคดีความนี้ ไม่สามารถยอมความกันได้ ขณะที่หลักฐานหลักจะเป็นในส่วนของคลิปวิดีโอที่ปรากฎ และใบรับรองจากแพทย์ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับข้อความที่โพสต์บนเฟซบุ๊ค

          ส่วนการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดของผู้ต้องหานั้น ก็ผลปรากฏว่าไม่พบแต่อย่างใด นอกจากนี้ ผู้ต้องหาก็ได้ทำการขอโทษบิดามารดาของผู้เสียหาย และยอมรับว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

          อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ ทางจะได้พิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวสำหรับผู้ต้องหา เนื่องจากคดียังไม่ร้ายแรง และผู้ต้องหายังมีอายุน้อย เมื่อหลักฐานครบเสร็จสิ้นแล้ว ก่อนส่งอัยการเพื่อฟ้องที่ศาลอาญาธนบุรีต่อไป ซึ่งอาจจะเป็นในวันพรุ่งนี้

ที่มา:kapook

โอละพ่อ ! ภาพสาวเปลือยถูกทำร้าย ที่แท้แค่แผนเรียกร้องความสนใจแฟน

โอละพ่อข่าวสาวเปลือย

ภาพสาวเปลือยถูกทำร้าย-จับขัง ที่แท้แค่เรื่องโกหก รวมหัวแฟนเก่าวางแผนหลอกเงิน-เรียกร้องความสนใจจากแฟนใหม่ เชื่อเมายาจนหลอน 
           จากกรณีที่มีการแชร์ภาพหญิงสาวคนหนึ่งอยู่ในสภาพเปลือยกาย กำลังยกมือไหว้พร้อมกับร้องไห้ไปด้วย ลักษณะคล้ายกับถูกทำร้ายร่างกาย ถูกแชร์ว่อนโลกโซเชียล ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จนหลายคนออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือ 
โอละพ่อข่าวสาวเปลือย
           ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2559 จอนนี่ มือปราบอินดี้ นายตำรวจชื่อดัง ได้เผยข้อมูลถึงกรณีดังกล่าวในเฟซบุ๊ก ยุทธพล ศรีสมพงษ์ โดยระบุว่า จากที่มีภาพผู้หญิงถูกเผยแพร่ในลักษณะถูกทำร้าย ผมได้ลงมาทำข้อมูลเพื่อทำการช่วยเหลือ ผมขอแจ้งข้อมูลดังนี้เรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องโอละพ่อ ตัวผู้หญิงในรูปและแฟนเก่าชื่อ เจ๋ง บางแสน หรือนายสุชาติ นามสมบูรณ์ ได้ร่วมกันกุข่าวขึ้น จากการตรวจสอบพบว่านางมะปราง เป็นผู้ล็อกอินเข้าเล่นเฟซบุ๊ก ลีโอ สิงหา พุทธบูชา เพื่อจะสร้างเรื่องว่าตนถูกจับขังตัว เพื่อเรียกเงินแฟนใหม่ ภาพที่อยู่ในห้องเปลือยกายยกมือไหว้ ก็เป็นภาพเดียวกับที่ถือปืนโชว์ แสดงว่านางมะปรางไม่ได้ถูกทำร้าย
โอละพ่อข่าวสาวเปลือย
           จากการตรวจสอบ สภ.แสนสุข ขอทราบประวัติบุคคลทั้งสอง พบว่ามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด คาดว่าภาพที่หลุดออกมาจนเป็นข่าวเกิดจากการหลอนและสร้างเรื่อง จากการสอบพยานบุคคลย่านที่ทำงานของนางมะปราง มีคนพบว่านายเจ๋งมารับตรงหน้าเซเว่น และซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปด้วยกัน ขณะที่เจ้าของภาพที่ถูกแอบอ้างนำไปเกี่ยวข้องกับเฟซบุ๊ก ลีโอ สิงหา พุทธบูชา ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  
โอละพ่อข่าวสาวเปลือย
           นอกจากนี้ จอนนี่ มือปราบอินดี้ ยังได้โพสต์ภาพจับกุมตัวนางมะปราง ที่ สน.แสนสุข พร้อมระบุว่า นี่คืออีกหนึ่งคดีตัวอย่างผลพวงจากยาเสพติด และการใช้โซเชียลแบบขาดการยั้งคิด ทำให้สังคมเกิดความสับสน ตำรวจมีหน้าที่ห่วงใย พิทักษ์รับใช้ประชาชน ทำข้อมูลเพื่อติดตามช่วยเหลือ จนสืบทราบพบว่าไม่ใช่เรื่องจริง จึงต้องดำเนินการไปตามกระบวนการ เพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างแก่เยาวชนต่อไป
โอละพ่อข่าวสาวเปลือย
โอละพ่อข่าวสาวเปลือย
โอละพ่อข่าวสาวเปลือย
ที่มา:sanook

ชาวบ้านสุดทน! พ่อ-แม่เลี้ยงตีเด็กชาย 6 ขวบ น่วมทั้งตัว

ชาวบ้านสุดทน! พ่อ-แม่เลี้ยงตีเด็กชาย 6 ขวบ น่วมทั้งตัว

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (7 ก.ค.) ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังพบเด็กชายเอ (นามสมมุติ) อายุ 6 ขวบ นั่งขายผลไม้อยู่ที่รถซาเล้งสภาพเก่า บริเวณตลาดนัดหัวถนนคลองสาม หมู่ 7 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

โดยแจ้งว่าเด็กชายคนดังกล่าวถูกพ่อแม่ตี สภาพตามร่างกายพบร่องรอยเขียวช้ำเป็นริ้ว ทั่วลำตัว ที่ใบหูมีรอยเขียวช้ำ รวมถึงที่ศีรษะระบมเขียวช้ำเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังพบบาดแผลที่ต้นขาขวาเป็นแผลเหวอะ โดยชาวบ้านสุดทนเนื่องจากเห็นว่าพฤติกรรมการตีของพ่อแม่ของเด็กกระทำเกินไป จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ศูนย์ประชาบดี คลองห้า ให้เข้าช่วยเหลือตรวจสอบ

เมื่อเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าเด็กคนดังกล่าวนั่งขายของอยู่ที่ตลาดดังกล่าว โดยพบว่าที่ตามลำตัวมีร่องรอยเขียวช้ำไปทั่วร่างกาย ส่วนบาดแผลที่ต้นขาขวา

เจ้าหน้าที่ได้พาไปทำแผลที่โรงพยาบาลคลองหลวง พร้อมทั้งเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้ เพื่อนำเด็กไปอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี และศูนย์ประชาบดี กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์ เมื่อสอบถามเด็กแจ้งว่าถูกพ่อและแม่เลี้ยงตีด้วยสายไฟ,เบ็ดตกปลา และไม้กวาด

น.ส.ภัทรภร อุปริรัตน์ หัวหน้าศูนย์ประชาบดีฯ กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับการประสานจากชาวบ้านในพื้นที่คลองสาม ทราบว่าพบเด็กชายวัย 6 ขวบ ถูกทำร้ายจึงได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและทราบว่าเด็กถูกพ่อและแม่เลี้ยงตีจริง พร้อมทั้งได้พูดคุยกับผู้เป็นพ่อและแม่เลี้ยง

เบื้องต้น ทั้งพ่อและแม่เลี้ยงรับสารภาพว่าตีเด็กจริงด้วยความโมโห เนื่องจากอ้างว่าเด็กมีอาการสมาธิสั้น จะดื้อกว่าเด็กปกติ และเกิดความซุกซน จึงได้ลงมือกระทำรุนแรงไป

และเมื่อสอบถามทราบว่า พ่อและแม่เด็กแยกทางกันนานแล้ว ก่อนหน้านี้เด็กอยู่กับตาและยายที่ จ.นครพนม ทางด้านพ่อของเด็กก็ได้แยกครอบครัวออกมามีครอบครัวใหม่ และมีลูกด้วยกันกับภรรยาใหม่ 1 คน กระทั่งเมื่อปลายปี 2558 ได้เดินทางกลับไปที่บ้าน จ.นครพนม และไปพบว่าเด็กอยู่ลำพังกับตาและยาย

ส่วนแม่ของเด็กก็ไปมีครอบครัวใหม่ ส่วนตาและยายมีฐานะยากจน แจ้งว่าไม่สามารถเลี้ยงดูได้ จึงได้นำลูกมาอยู่ด้วยที่ จ.ปทุมธานี และมาค้าขายผลไม้ที่ตลาดหัวถนนคลองสาม เมื่อเด็กซุกซนจึงเกิดความโมโหและตีบ้างเป็นบางครั้ง

น.ส.ภัทรภร กล่าวต่ออีกว่า แต่ชาวบ้านพบว่าเด็กได้รับบาดเจ็บตามร่างกายที่มีการกระทำรุนแรงเกินไป จึงได้แจ้งศูนย์ฯเพื่อให้ความช่วยเหลือก่อน โดยทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ประชาบดีได้พาไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และนำตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลคลองหลวง

และจะได้ประสานพ่อและแม่เลี้ยงมาพูดคุยเพื่อสอบถามข้อมูลความเป็นอยู่ที่ชัดเจนอย่างละเอียด พร้อมทั้งลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบทางด้านความเป็นอยู่ของครอบครัวนี้ เนื่องจากทางด้านพ่อและแม่เลี้ยงแจ้งว่าพักอาศัยอยู่ที่บ้านเช่าภายในซอยคลองหลวง 1

จากนั้นจะได้ประสานเจ้าหน้าที่ทาง จ.นครพนม เพื่อประสานตาและยาย เพื่อขอตรวจสอบเอกสารใบแจ้งเกิดของเด็ก เนื่องจากพบว่าทางพ่อและแม่เลี้ยงไม่มีเอกสารของเด็กเลย และเด็กก็ไม่ได้เรียนหนังสือ

อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลตรวจจากแพทย์เพื่อดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง จากนั้นจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ที่มา:sanook