Google Maps เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ สามารถดูสถานะที่จอดรถได้

Google Maps

          Google เริ่มทดสอบฟีเจอร์ใหม่บนแอพฯ Google Maps สำหรับแจ้งเตือนจุดที่จอดรถว่ามีที่ให้จอดหรือไม่ ได้รายงานว่า Google กำลังทดสอบฟีเจอร์ใหม่บนแอพฯ Google Maps เวอร์ชั่น 9.34 beta ให้สามารถแจ้งเตือนสถานะจุดจอดรถที่ผู้ใช้งานต้องการจะเดินทางไปได้ พร้อมระบบนำทางไปยังจุดจอดรถ จากรูปตัวอย่างแอพฯ Google Maps จะเห็นได้ว่ามีการแจ้งเตือนที่แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้ ไอคอนวงกลมสีแดงที่เป็นตัว P หมายถึงที่จอดรถมีจำกัด, ไอคอนวงกลมสีฟ้าที่เป็นตัว P หมายถึงที่จอดรถมีปานกลาง, และไอคอนวงกลมสีเขียวที่เป็นตัว P หมายถึงหาที่จอดรถได้ง่าย

  ทั้งนี้แอพฯ Google Maps เวอร์ชั่น 9.34 beta กำลังอยู่ในช่วงระหว่างการทดสอบใช้งานจริงตามหัวเมืองใหญ่ต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่าทาง Google จะเริ่มปล่อยอัพเดทฟีเจอร์นี้ให้ใช้งานจริงเร็ว ๆ นี้ รับทำเว็บไซต์ นครสวรรค์ ออกแบบเว็บไซต์ จัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต (Responsive) และรับทำ SEO นครสวรรค์ ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำเว็บไซต์ นครสวรรค์

Google Maps

Google Maps

Google Maps

        

 
ที่มา:kapook

สุดช็อก ตึก Plasco เก่าแก่ในอิหร่านพังถล่มหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้

สุดช็อก ตึก Plasco เก่าแก่ในอิหร่านพังถล่มหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้

         สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกิดเหตุเพลิงไหม้ตึกเก่าแก่ ย่านใจกลางเมืองเตหะราน ประเทศอิหร่าน รายการระบุว่า เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นในตึก Plasco (ปลาสโก) เป็นตึกสูง 15 ชั้น ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเตหะราน เปลวเพลิงรุนแรงเป็นอย่างมากทำให้มีการระดมนักดับเพลิงมาช่วยสกัดและดับไฟกว่า 200 คน ทั้งนี้ มีการสั่งให้อพยพประชาชนให้ออกห่างจากพื้นที่เกิดเหตุแล้ว แต่ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานนั้นได้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ตัวตึกที่ได้รับการเสียหายจากเพลิงไหม้ได้ถล่มลงมากลายเป็นซากปรักหักพักท่ามกลางสายตาของประชาชนที่ยืนดูเหตุการณ์ มีการรายงานผู้เสียชีวิตแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 35 คน  

         และยังคงมีการค้นหาร่างผู้ที่ติดอยู่ในซากตึกมีการประเมินว่าอาจจะมีกว่า 30 รายและคาดว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงรวมอยู่ด้วย  

ที่มา:sanook

หลิวเต๋อหัว อัพเดทอาการหลังตกม้าในเมืองไทย บาดเจ็บตรงกระดูกเชิงกราน

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพระเอกชื่อดัง หลิวเต๋อหัว ได้ประสบอุบัติเหตุตกม้าในประเทศไทยขณะเดินทางมาถ่ายโฆษณา และได้เดินทางกลับประเทศในทันทีนั้น ล่าสุด หลิวเต๋อหัว ได้อัพเดทอาการในบล็อกส่วนตัว ว่า ” ถึงเพื่อนๆและสมาชิกawc เพื่อนที่รักและเป็นห่วงผมทุกคน วันที่ 1/17 ได้เดินทางไปถ่ายโฆษณาที่ไทย เกิดอุบัติเหตุ ตกจากหลังม้า ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บตรงกระดูกเชิงกราน ตอนนี้กำลังอยู่ในความดูแลทีมแพทย์ ผมปลอดภัยดี ขอให้ทุกคนวางใจไม่ต้องเป็นห่วง ขอบคุณทุกคนที่มาอวยพร”

ที่มา:khaosod

นิวเคลียร์ เจอดราม่า!! ดาราแต่งงานทำไมต้องเจอใช้เงินเยอะ

นิวเคลียร์ เจอดราม่า!! ดาราแต่งงานทำไมต้องเจอใช้เงินเยอะ

          ยังไม่ทันถึงวันแต่งงานแต่กลับเจอดราม่าให้แล้ว สำหรับว่าที่เจ้าสาวคนต่อไป “นิวเคลียร์ หรรษา” ที่จะจัดพิธีหมั้นกับหวานใจหนุ่ม “เพชรจ้า วิเชียร” ในวันที่ 19 มกราคม และฉลองมงคลสมรสวันที่ 28 มกราคมนี้ แต่ล่าสุดกับถูกโลกโซเชียลตั้งคำถามว่า ทำไมเวลาดาราแต่งงานต้องหมดเงินเยอะเกินตัว ซึ่งงานนี้สาวนิวเคลียร์ได้ออกมาชี้แจงให้ฟังว่างานแต่งของเธอยังไม่เกินงบ และเป็นเพียงงานแต่งที่จัดขึ้นครั้งเดียวก็อยากจะทำให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ของพี่สาว “อุ้ม ลักขณา” กับหวานใจหนุ่ม “บอล กฤษณะ” นั้นขอให้ทุกคนรอฟังจากปากพี่สาวเองดีกว่า

งานแต่งเราเตรียมการไปถึงไหนแล้ว?
“วันที่ 19 นี้ก็จะเป็นงานแต่งแบบจีนนะคะจะมีพิธีหมั้นและจดทะเบียนที่เรือนหอค่ะ และในวันที่ 28 นี้ก็เป็นงานแต่งแล้ว ตอนนี้ก็ค่อนข้างวุ่นนิดนึงค่ะ พี่เพชรเขาไม่ทำเองเลย คือเพื่อนเขาจะทะเลาะกันบ่อยเวลาที่จะแต่งงาน ผู้ชายจะเอาอีกอย่าง ผู้หญิงจะเอาอีกอย่าง เขาเลยตัดปัญหาว่างั้นให้นิวทำไปเลยนะ พี่อะไรก็ได้ก็แล้วแต่นิว ตอนแรกเราก็ดีใจนะคิดว่าดีจังเลยไม่วุ่นวาย กลายเป็นว่าตัวหนูที่วุ่นวายเหมือนกัน แต่ตอนนี้ก็โอเคค่ะเพราะทุกอย่างลงตัวหมดแล้ว”

ใกล้จะเป็นเจ้าสาวเต็มตัวแล้วมีตื่นเต้นบ้างไหม?
“ก็ตื่นเต้นนิดนึงค่ะ เพราะว่าจะเปลี่ยนเป็นนางแล้ว คือเพื่อนในกลุ่มก็มาบอกว่าเดี๋ยวนี้ไม่ต้องแล้ว ยังใช้นางสาวได้ เปลี่ยนแค่นามสกุลก็พอ แต่พี่เพชรก็จะมาบอกว่าเราต้องคิดถึงลูกเรานะ ถ้าลูกเราไปโรงเรียนแล้วเพื่อนถามทำไมแม่เธอยังใช้นางสาวอยู่เลย ไม่ได้แต่งงานเหรอ พอเราคิดก็เลยตกลงเปลี่ยนเป็นนางเลยแล้วกัน”

ตอนนี้การเตรียมงานเรียบร้อยไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว?
“งานหมั้น 100% แล้วค่ะ พร้อมแล้ว ส่วนงานแต่งก็ประมาณ 80% ค่ะ ยังมีต้องปรับปรุงฉากแบล็คดรอปอยู่นิดหนึ่ง เพราะยังเจ้าหญิงไม่พอ คือตอนแรกที่ทำเป็นเทพนิยายจ๋าเลยค่ะ ซึ่งเราก็กลัวว่ามันจะเหมือนงานแฟนซีเกินไปหรือเปล่า เราเลยต้องลดลงมาให้มันดูเป็นงานแต่งหน่อย ซึ่งการทำปราสาทน้ำแข็งเพดานโรงแรมไม่สูงพอแอบเศร้านิดนึง ก็เลยต้องลดลงมาแต่ก็ยังได้เป็นฟิวส์เมืองหิมอยู่”

การจัดงานแต่งครั้งนี้เกินงบที่พี่เพชรจ้าให้ไว้เยอะไหม?
“ยังอยู่ในงบค่ะ คือเป็นเมืองปราสาทที่ไม่ได้สูงขนาดนั้นอะไรที่เซฟได้เราก็จะเซฟ”

สินสอดที่พี่เพชรจ้าให้ดูเหมือนเขาก็ทุ่มให้เราสุดๆ เหมือนกัน?
“เวลาที่เราถามเป็นจำนวนตัวเลข เขาชอบบอกว่าไม่อยากให้ตีค่าเราเป็นจำนวนเงิน ไม่อยากจะบอกว่าผู้หญิงคนนี้มีค่าเท่าไหร่ เขาก็เลยขอทุ่มทั้งตัว ก็เห็นวันนี้ไปธนาคารอยู่ แล้วบอกว่าอย่าทิ้งพี่นะ (หัวเราะ) แต่เขายังไม่ให้หมดตัวหรอก เพราะเขาต้องเก็บเงินไว้ให้ลูกด้วย แต่บ้านเขาก็ให้เป็นสินสอดค่ะ ให้เป็นชื่อเราแต่รถยังค่ะ”

แต่ก็มีกระแสดราม่ามาออกมาว่า ทำไมเวลาดาราแต่งงานต้องใช้เงินเยอะ?
“เราอยู่ในงบที่เราตั้งไว้ค่ะ ไม่ได้เกินไป แต่ก็ยังไม่มีใครมาว่านิวนะ มีแต่คนอยากเห็นชุดเรืองแสง”

เซ็งไหมที่งานแต่งเรายังไม่ทันจัดขึ้น แต่ก็มีกระแสดราม่าเข้ามาแล้ว?
“ไม่นะคะ ก็แต่งครั้งหนึ่งในชีวิต เราก็อยากให้มันออกมาดีที่สุดเพราะมันจะอยู่กับเราไปตลอด เพราะเราแก่ไปมานั่งหาใน YouTube ใน Google งานแต่งของเราก็ยังคงอยู่ไปตลอด”

เพื่อนเจ้าสาวมีใครบ้าง?
“ส่วนมากเพื่อนเจ้าสาวจะเป็นเพื่อนในวงการค่ะ ในวงการก็จะมีเนย แจม พี่แย้ น้องพาย”

 

หลายคนยังสงสัยว่าจะเห็น อุ้ม ลักขณา ในงานแต่งเราไหม?
“มาสิ ต้องมาทั้งงานหมั้น งานแต่งอยู่แล้ว นางก็บอกว่าเธอแต่งก่อนเธอต้องซื้อเพชรให้ฉันนะ เพราะตามคนจีนต้องซื้อให้ เดี๋ยวพี่สาวจะไม่ได้แต่ง”

เห็นช่วงนี้เดินสายทำบุญบ่อย?
“ช่วงนี้นางเข้าวัดตลอดเลยค่ะ เราก็ไม่ได้เจอกันเลย นิวก็ทำงานวุ่นอยู่แต่กับงานแต่ง นางก็จะบอกฉันไปบวชนะ ฉันอยู่วัดนี้จะมาหาไหม หรือจะมาชวนอาทิตย์หน้าจะไปคำชะโหนดไปไหม เขาก็จะเดินไปสายบุญเลยค่ะ”

กับข่าวที่ผ่านมาทำให้เขาหายเครียดหรือยัง?
“นิวก็จะบอกเขาว่าอย่าไปอ่านคอมเม้นต์หรืออะไรพวกนี้เยอะ คนก็แปลก คนที่รู้จักเราน้อยที่สุดกลับพูดถึงเรามากที่สุด เหมือนทำมาเป็นรู้จักเรามากที่สุด แล้วเธอจะไปอ่านทำไม เขาก็เลยไม่อ่าน หันมาทางบุญเข้าวัด สภาพจิตใจเขาก็ดีขึ้นค่ะ”

เราให้กำลังใจพี่สาวยังไงบ้าง?
“อย่าที่บอกไปเมื่อกี้ค่ะว่าอย่าไปสนใจ ถามว่ามีผลไหมมันก็มีผลนะ ถึงเราจะไม่อยากอ่านแต่เราก็ขอแอบเข้าไปดูหน่อย เพียงแค่ 5 นาทีมันก็บั่นทอนจิตใจเรามากแล้วกับเพียงแค่ปลายนิ้วของคนที่ไม่รู้จักเราเลย เราเลยบอกว่าเธออย่าไปสนใจอะไรเลย ครอบครัวเรารู้ว่าอะไรเป็นยังไง เพื่อนๆ เรารู้ว่าอะไรเป็นยังไงก็พอ ซึ่งพี่อุ้มก็กำลังใจดีมากค่ะ อยู่ด้วยกันตลอด ตอนแรกก็เครียดแต่ว่าตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้วค่ะ”

ปัญหาในครั้งนี้ทำให้เราได้เห็นมุมอ่อนแอของพี่สาวตัวเองไหม?
“จริงๆ ก็เห็นนางอ่อนแอบ่อยนะ จะอ่อนแอกับเรื่องความรักมามาก เราก็จะให้กำลังใจกันมาตลอด แต่มาเรื่องนี้ก็หนักเหมือนกันนะ ก็เศร้า แต่ก็ให้เขาเข้มแข็งแหละ ฟ้าหลังฝนย่อมสวยเสมอ”

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวออกมาว่าอุ้มจะแต่งงาน ใจเราอยากเห็นพี่สาวแต่งไหม?
“ก็ต้องอยากเห็นแหละค่ะ แต่เราก็ให้กำลังใจกันไป เรายังไม่ได้คุยเรื่องนี้กันเลย”

ในไอจีของอุ้มขึ้นแคปชั่นว่า Begin again หลายคนเลยสงสัยว่าทั้งสองจบความสัมพันธ์กันแล้วหรือเปล่า หรือว่ากลับมาคืนดีกัน?
“อันนี้พี่อุ้มบอกว่าให้รอฟังจากพี่อุ้มเองดีกว่าค่ะ”

หลังจากที่ข่าวออกมาทางครอบครัวเรามองพี่บอลเปลี่ยนไปไหม?
“ไม่ค่อยอยากจะพูดเรื่องนี้เลย เอาเป็นว่าตอนนี้ทุกอย่างโอเคค่ะ เรื่องพี่บอลก็ขอให้เป็นเรื่องของศาลหรือกฎหมายไป”

สำหรับตัวเราพร้อมให้โอกาสพี่บอลไหม?
“ไม่พูดดีกว่า ถ้าพูดไปเดี๋ยวจะมีประเด็นอะไรขึ้นมาอีก ซึ่งหลังจากเป็นข่าวนิวก็ยังไม่ได้เจอพี่เขาเลยค่ะ แต่ทุกอย่างมันก็อยู่ที่พี่อุ้มค่ะ อะไรที่พี่อุ้มทำแล้วแฮปปี้มีความสุข เราก็อยู่ข้างเขาอยู่แล้ว พี่อุ้มรู้ว่าอะไรคืออะไร เขาเลือกทางของเขาได้ถูกอยู่แล้วค่ะ ตอนนี้ทุกคนในครอบครัวก็แฮปปี้ดีค่ะ ทุกคนกำลังตื่นเต้นเรื่องงานแต่งงานเลยไม่ได้เครียดอะไรตอนนี้”

ถามพี่อุ้มได้บอกไหมว่าพร้อมจะเจอผู้คนเมื่อไหร่?
“งานแต่งค่ะ 28 มกราคม ซึ่งแขกก็พอสมควรอยู่ พยายามคัดให้น้อยๆ ดูอบอุ่น พยายามจะไม่ให้เกิน 1500 คนค่ะ”

พี่บอลมาไหม?
“ไม่รู้ (หัวเราะ) มาเดี๋ยวก็เห็นรูปค่ะ คือตัวหนูเชิญไปนานแล้ว เชิญไปก่อนมีเรื่องอีก”

นิวเคลียร์ หรรษา

นิวเคลียร์ หรรษา

นิวเคลียร์ หรรษา

นิวเคลียร์ หรรษา

ที่มา:sanook

กสทช. ประกาศ มี.ค. นี้ ใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือ ผู้ใช้มือถือทั่วประเทศ

ระบบสแกนนิ้ว

          เลขาฯ กสทช. เผยเดือนมีนาคมนี้ ประกาศใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือผู้ใช้มือถือทั่วประเทศ หลังเซ็นสัญญาจ้าง ม.เกษตรศาสตร์ 15 ล้านบาท พัฒนาระบบซอฟต์แวร์ วันที่ 16 มกราคม 2560 มีรายงานว่า นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เผยว่า กสทช. ได้เซ็นสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับ ม.เกษตรศาสตร์ เพื่อให้พัฒนาระบบยืนยันตัวบุคคลผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือด้วยการสแกนลายนิ้วมือมูลค่า 15 ล้านบาท เรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2559 แล้ว คาดว่าภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้จะพัฒนาระบบซอฟต์แวร์เสร็จ จากนั้นภายในเดือนมีนาคมจะออกประกาศให้ประชาชนใช้ระบบดังกล่าวได้ผ่านศูนย์บริการของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ (โอเปอเรเตอร์)

 

          สำหรับเครื่องสแกนลายนิ้วมือ โอเปอเรเตอร์ รวมถึงโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นของตนเอง หรือเอ็มวีเอ็นโอ (MVNO) ทุกราย ต้องจัดซื้ออุปกรณ์มาให้บริการกับประชาชน ซึ่งจากการสำรวจพบว่าราคาเรื่องสแกนลายนิ้วมือราคาอยู่ที่ประมาณเครื่องละ 1,000-2,000 บาท ทำให้ผู้ประกอบการมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ดังนั้นทาง กสทช. จะเสนอเรื่องให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) พิจารณา ลดการจัดเก็บเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี ทั้งนี้ หากโอเปอเรเตอร์ไม่ปฏิบัติตามที่ กสทช. ประกาศ โอเปอเรเตอร์จะมีความผิดอาจถูกยึดใบอนุญาตได้ ขณะที่เอ็มวีเอ็นโอหากจะมาขอเลขหมายเพิ่ม และถ้า กสทช. พบว่ามีลูกค้าที่ไม่ลงทะเบียนก็จะขอเพิ่มไม่ได้ เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศด้วย

          อย่างไรก็ตาม การลงทะเบียนด้วยการสแกนลายนิ้วมือ ทาง กสทช. จะบังคับให้ดำเนินการเฉพาะการเปิดซิมการ์ดใหม่เท่านั้น ซึ่งกลุ่มผู้ใช้งานด้านการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ (โมบาย เพย์เมนต์) ที่ปัจจุบันมีอยู่ราว 14 ล้านเลขหมาย จาก 110 ล้านเลขหมาย ทาง กสทช. จะไม่บังคับ รับทำเว็บไซต์ สุพรรณบุรี ออกแบบเว็บไซต์ จัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) และรับทำ SEO สุพรรณบุรี ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำเว็บไซต์ สุพรรณบุรี

ที่มา:kapook

“บิ๊กตู่” ร่วมงานวันครูที่คุรุสภา คารวะครูสมัยเรียนร.ร.นายร้อยจปร.

         เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 ม.ค. ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเนื่องในวันครูแห่งชาติ ครั้งที่ 61 พ.ศ.2560 ภายใต้หัวข้อ “พระผู้ทรงเป็นบูรพาจารย์แห่งแผ่นดิน” โดยมีนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ. พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของศธ. คณะครู ร่วมงานอย่างคับคั่ง

โดยในปีนี้นายกรัฐมนตรีมอบคำขวัญวันครู พ.ศ.2560 ว่า “ชาติพัฒนา ด้วยครูดี มีคุณภาพ ศิษย์ซาบซึ้งในพระคุณครู” โดยนายกรัฐมนตรีร่วมประกอบพิธีบูชาบูรพาจารย์ พร้อมกล่าวปฏิญาณตนพร้อมกันทั่วประเทศ และยกย่องเชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติคุณผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา รางวัลคุรุสภา และผู้มีคุณูปการต่อการศึกษาชาติ จำนวน 6 ราย ได้แก่ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต), ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ, นายพะนอม แก้วกำเนิด, นายถนอม อินทรกำเนิด, นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร และมูลนิธิอายิโนะโมะโต๊ะ

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ร่วมพิธีคารวะครู 2 ท่าน ได้แก่ พล.ต.หญิงศรีสมร ทังสุบุตร ครูสอนวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นปีที่ 5 และ พล.ต.หญิงอรพินท์ เพชรพลอย สอนวิชาประวัติศาสตร์ยุโรป ชั้นปีที่ 3 และวิชาประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกไกล ชั้นปีที่ 4 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.)

ที่มา:khaosod

พ่อ-แม่เก็บภาพทารกแฝดคู่กันไว้ในความทรงจำ ก่อนจำต้องจาก 1 ชีวิตไปชั่วนิรันดร์

ทารกแฝด

          พ่อ-แม่ถ่ายภาพทารกแฝดตัวน้อยคู่กันเก็บไว้ในความทรงจำ ก่อนจำต้องจาก 1 ชีวิตไปตลอดกาล หลังแฝดชายมีชีวิตอยู่ได้เพียง 11 วันโชคชะตามักเล่นตลก หลายคนคงเคยได้ยินคำที่ว่า “กว่าจะได้มานั้นยากหนักหนา แต่การรักษาให้คงอยู่นั้นยากยิ่งกว่า” โดยบางครั้งยังไม่ทันได้มีเวลาดีใจกับสิ่งที่ได้มา ก็ต้องสูญเสียมันไปเสียแล้ว เช่นเดียวกับเรื่องราวสุดสะเทือนใจของครอบครัวของ ลินด์เซย์ เบรนท์ลิงเกอร์ และแมทธิว สามีของเธอ ที่ต้องจำใจจากลูกแฝดคนหนึ่งไปตลอดกาลทั้ง ๆ ที่เพิ่งคลอดออกมาลืมตาดูโลกได้เพียง 11 วัน

 

          โดยเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2560 เว็บไซต์เมโทร ได้เผยว่า ลินด์เซย์ และแมทธิว ประสบกับปัญหามีลูกยากมานานหลายปีด้วยกัน แต่แล้วในที่สุดความปรารถนาของทั้งคู่ก็เป็นจริง เมื่อลินด์เซย์สามารถตั้งครรภ์ได้สำเร็จ แถมยังได้เป็นลูกแฝดหญิง-ชายอีกด้วย ความดีใจนั้นมากเกินบรรยาย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2559 ก็มาถึงวันที่ทั้งครอบครัวมีความสุขที่สุดในชีวิต เมื่อลินด์เซย์ได้ให้กำเนิดลูกแฝด 2 ชีวิตน้อย ๆ ออกมาลืมตาดูโลก โดยตั้งชื่อให้ว่าวิลเลียม และรีแกน

ทารกแฝด

          ทว่าความดีใจนั้นอยู่กับครอบครัวของลินด์เซย์ และแมทธิว ได้เพียงไม่นาน เมื่อทั้งสองทราบข่าวร้ายที่ทำให้หัวใจสลายว่า หนูน้อยวิลเลียมมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรงอย่างที่ควรจะเป็น อวัยวะทำงานผิดปกติ หัวใจห้องซ้ายไม่ทำงาน และสุดท้ายต้องเสียชีวิตจากไปในที่สุด

          ลินด์เซย์ เผยว่า ตอนที่ครรภ์อายุ 23 สัปดาห์ คุณหมอบอกกับเธอและสามีว่า วิลเลียมมีอาการหัวใจผิดปกติอาจจะเสียชีวิตในครรภ์ เธอจึงถูกส่งตัวไปปรึกษากับทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โดยวิลเลียมก็ไม่ยอมแพ้ สู้จนได้ออกมาลืมตาดูหน้าพ่อ-แม่ และพี่สาวฝาแฝดแล้ว

ทารกแฝด

          แม้หนูน้อยวิลเลียมจะมีโอกาสได้ใช้ลมหายใจเพียงแค่ 11 วัน แต่แมทธิว เผยว่า “ถึงแม้จะเป็นเวลาแค่ 11 วัน แต่มันก็เป็น 11 วันที่เรามีความสุขที่สุดในชีวิต”

          โดยก่อนที่หนูน้อยวิลเลียมจะลาจากโลกนี้ไป ลินด์เซย์ และแมทธิว ได้บันทึกเก็บภาพความทรงจำของหนูน้อยวิลเลียมเอาไว้ ถึงจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ เพียง 11 วัน แต่อย่างน้อยครั้งหนึ่งครอบครัวก็เคยได้มีช่วงเวลาที่สุดปลื้มปีติยินดีมีความสุขเต็มหัวใจ ได้เห็นความน่ารักของหนูน้อยวิลเลียม ดวงตาคู่กลมโตที่เบิกตากว้างมองโลกใบนี้ช่างสดใสเหลือเกิน แม้ว่าจะดูแล้วเศร้าก็ตามที

ทารกแฝด

ทารกแฝด

ทารกแฝด

ทารกแฝด

ทารกแฝด

ทารกแฝด

ที่มา:kapook

สลดหนัก ลูกทรพีรวมหัวกับเมีย จับแม่วัย 92 ใส่ห้องขัง สภาพไม่ต่างจากเล้าหมู

ลูกทรพี

          คุณยายชราชาวจีนวัย 92 ปี มีชีวิตบั้นปลายอย่างสุดน่าเวทนา หลังถูกลูกชายและสะใภ้รวมหัวพาไปอยู่ในห้องกรงขัง ต้องทนอยู่อย่างอด ๆ ยาก ๆ มานานร่วมหลายปี เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2560 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยภาพพร้อมเรื่องราวชวนสะเทือนใจที่กำลังถูกแชร์ต่อกันและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงในสังคมออนไลน์ขณะนี้ โดยเป็นภาพของคุณยายเฒ่ารายหนึ่งซึ่งมีอายุมากถึง 92 ปีแล้ว แต่กลับถูกลูกชายและลูกสะใภ้บังคับให้ฝืนทนใช้ชีวิตอยู่ในสภาพน่าเวทนา ภายในห้องกรงขังปิดล็อก ที่ทั้งแคบ สกปรก และคร่ำเครอะ ไม่ต่างอะไรจากเล้าหมู มานานกว่าหลายปีด้วยกัน

          เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่เขตเฟิงซาน ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ประเทศจีน โดยจากรายงานระบุว่า คุณยายเฒ่าสุดน่าสงสารรายนี้ ถูกปล่อยทิ้งให้อยู่อย่างอด ๆ ยาก ๆ ใส่เสื้อผ้าชุดเดิม ๆ ภายในห้องขังไม่มีแม้กระทั่งเตียงนอน มีเพียงแคร่ไม้เก่า ๆ เป็นที่ให้ความอบอุ่น

 
 ลูกทรพี

          โดยหลังจากที่มีผู้ถ่ายภาพของของคุณยายไปเผยแพร่ลงโซเชียล ก็มีผู้คนสงสารและเห็นใจแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้เข้าไปตรวจสอบ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการนำตัวลูกชายและลูกสะใภ้ของคุณยายเฒ่ามาสอบสวน ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เปิดเผยเพียงว่า ทั้งคู่มีทัศนคติที่แย่และไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น

          โดยภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งให้ทางลูกชายและลูกสะใภ้ปล่อยตัวคุณยายเฒ่าออกมา เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก็ได้ช่วยกันพาคุณยายไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะพาคุณยายส่งตัวไปตรวจเช็กสุขภาพร่างกายที่โรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้อยู่ในการดูแลของแพทย์แล้ว

ลูกทรพี
ที่มา:kapook

แอพพิเคชั่นแต่งภาพแบบสั่งงานด้วยเสียงของ Adobe

เจ๋งได้อีก กับแอพฯ แต่งภาพแบบสั่งงานด้วยเสียงของ Adobe
          งานล้ำต้องมา เมื่อทาง Adobe ปล่อยคลิปวีดีโอตัวล่าสุดลงบนยูทูปแชแนล คลิปนี้แสดงให้เห็นเทคโนโลยีการสั่งงานด้วยเสียงสุดล้ำ ที่ทำให้เราสามารถสั่งงานด้วยเสียงเป็นคำสั่งง่ายๆ เช่นสั่งให้มีการตัดส่วนภาพ (Crop) หรือตัดทรงภาพให้เป็นจัตุรัส พอได้ภาพดังใจแล้ว ก็ยังสั่งให้โพสต์ภาพขึ้น Facebook ได้เลยอีกต่างหาก ซึ่งเป็นการสาธิตให้ดูบนอุปกรณ์แทปเล็ต ทำให้พอจะเดาได่ว่าฟังก์ชั่นนี้น่าจะถูกจับมาใส่ในแอพฯ ตระกูล Adobe และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นน
รับทำเว็บไซต์สุพรรณบุรี สนใจทำเว็บไซต์ หรือคิดอยากมีเว็บไซตเป็นของตัวเอง ไว้คอยแนะนำสินค้าหรือบริการต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา รับทำเว็บไซต์สุพรรณบุรี ออกแบบเว็บไซต์ จัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) และรับทำ SEO สุพรรณบุรี  ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ
 

 ที่มา:thaiware

สลดรับวันเด็ก!! พ่อยิงลูกสาวอัมพาต-ก่อนฆ่าตัวตาย ดญ.5ขวบกำลังน่ารักพิการสุดรันทด(คลิป)

   

           เรื่องราวสลดรับวันเด็ก น้องเอมื่อ หนูน้อยชาวเขา เผ่ากะเหรี่ยง วัย 5 ขวบ ต้องมาทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลสารภีบวรพัฒนา อ.สารภี เชียงใหม่ หลังจากเคราะห์ร้ายถูกพ่อคลั่งยาบ้าใช้อาวุธปืนแก๊ปไทยประดิษฐ์ ใส่ลูกซองดาวกระจาย ยิงใส่ พร้อมแม่เมื่อปี 58 ผลพวงของยาบ้า ที่ทำให้ชีวิตลำบากตั้งแต่เด็ก ต้องเป็นอัมพาตตลอดชีวิต เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลสารภีบวรพัฒนา อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ว่า ที่โรงพยาบาลแผกกายภาพบำบัด มีหนูน้อยวัย 5 ขวบ ถูกส่งตัวจากโรงพยาบาลนครพิงค์เชียงใหม่ มาทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลสารภีบวรพัฒนาแห่งนี้ โดยหนูน้อยต้องทำกายภาพบำบัดตลอดระยะเวลา 1 ปีกว่าแล้ว และมีมูลนิธิและผู้มีจิตใจสงสารเมตตา ได้ให้การช่วยเหลือ เรื่องรถเข็น ขาเทียม และบริจาคเงินให้บางส่วน หนูน้อยดังกล่าวมีชื่อเล่นว่า ‘เอมื่อ’ หรือชื่อจริงว่า ด.ญ.รัตน์สุดา ประวินไพร ปัจจุบันอายุ 5 ขวบ โดยมีแม่ คือ นางธิดารัตน์ โล่มโนปกรณ์ อายุ 23 ปี มาคอยดูแลอย่างใกล้ชิดในช่วงที่น้องทำกายภาพบำบัด ทั้งหัดขึ้นรถเข็น หัดใส่ขาเทียม ยืนเกาะเหล็กเพื่อการทรงตัว อย่างทรมานและน่าเวทนา ซึ่งสภาพของหนูน้อยดังกล่าวนั้นเกิดจาก พ่อบังเกิดเกล้าแท้ๆ เกิดคลุ้มคลั่งยาเสพติดและใช้อาวุธปืนแก๊ป ลูกซองดาวกระจายยิงใส่ภรรยาและลูกน้อยของตนเอง ก่อนพ่อจะฆ่าตัวตายในที่สุด ส่วนแม่และลูกสาวต้องอยู่ทนทุกข์ทรมานแบบนี้ตลอดชีวิต

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง รพ.สารภีบวรพัฒนา อ.สารภีเชียงใหม่ ซึ่งพบว่าทางเจ้าหน้าที่กายภาพบำบัด แพทย์เวรและเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ รวมทั้งแม่ของ น้องเอมื่อ ได้ช่วยกันให้น้องได้ทำกายภาพบำบัด โดยหนูน้อยเอมื่อ ได้ส่งยิ้มเป็นมิตรให้กับทุกคนที่เข้ามาช่วยเหลือ เหมือนมีความหวัง โดยไม่รู้ว่าน้องนั้นต้องเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต จากฝีมือของพ่อตนเอง น้องได้พยายามหัดขึ้นรถเข็นที่ได้รับการบริจาค และขาเทียมที่ต้องใส่ในการหัดยืน ซึ่งก็พัฒนาดีขึ้นตามลำดับ นั่งรถเข็นและสามารถเคลื่อนตวเองได้อย่างคล่องแคล่ว และหัดใส่ขาเทียมยืนวันละ 20 นาที ทุกคนที่พบเห็นก็จะเกิดความสงสารและเอ็นดูถึงความน่ารักของน้องเอมื่อ ที่มองทุกคนและส่งยิ้มให้กับทุกคน ทำให้มีคนร่วมกันช่วยเหลือหนูน้อยคนนี้ ด้วยความสงสาร และเอ็นดู

โดยทางโรงพยาบาลสารภีบวรพัฒนา ได้ให้น้องเอมื่อ และแม่ นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลบวรพัฒนา แห่งนี้ตลอด โดยมีมูลนิธิและประชาชนได้ชวยเหลือบริจาคเงินให้บางส่วน และทางพระครูสิริศีลสังวร หรือครูบาน้อนเตชปัญโญ เจ้าอาวาสวัดศรีดอนมุล อ.สารภีเชียงใหม่และเป็นผู้ร่วมกับศิษยานุศิษย์ประชาชน สร้าง รพ.สารภีบวรพัฒนา แห่งนี้ขึ้นมาและได้มอบให้กับทางการแล้ว ได้ให้การช่วยเหลือ โดยให้น้องเอมื่อ เป็นคนไข้พิเศษของ รพ.สารภีบวรพัฒนา โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

นางธิดารัตน์ โล่มโนปกรณ์ อายุ 23 ปี ผู้เป็นแม่ของน้องเอมื่อ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุการณ์ที่เลวร้ายของครอบครัวตน เกิดขึ้นในหมู่บ้านชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงปะกาเกอญอ บนดอยสูงบ้านกิ่วขมิ้น หมู่ 11 ต.ห้วยปูลิง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อค่ำวันที่ 29 มิ.ย.58ที่ผ่านมา เมื่อผู้เป็นพ่อที่เมายาบ้าก่อเหตุยิงลูกเมียที่กำลังท้องได้ 5 เดือน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนฆ่าตัวตายในเวลาต่อมา ตอนนั้นน้องเอมื่อ อายุได้ 4 ขวบ ครั้งนั้นโชคดีที่กระสุนไม่ถูกเด็กในครรภ์ แต่ลูกสาวของตน น้องเอมื่อ กระสุนเจาะเข้าที่ช่องท้อง ศีรษะด้านหลังและกระดูกไขสันหลัง ช่วงล่างทั้งหมดไม่มีความรู้สึก เวลาถ่ายทั้งหนักเบาต้องใช้วิธีสวน และต้องพกถุงปัสสาวะที่เจาะจากกระเพาะปัสสาวะไว้ตลอด

นางธิดารัตน์ ผู้เป็นแม่ ได้เล่าต่อไปอีกว่า ตอนนั้นตนกำลังตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนแก๊ปเข้าที่บริเวณแผ่นหลัง ทุกวันนี้แพทย์ไม่สามารถเอาสะเก็ดกระสุนออกได้คงปล่อยค้างในตัวของตนเพราะหากผ่าตัดเสี่ยงมาก สำหรับน้องเอมื่อ ถูกยิงที่ด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกัน เข้าบริเวณท้ายทอย เอว รักแร้ซ้าย ต้นขาขวา สะเก็ดกระสุนบางส่วนยังคงค้างในตัว เพราะเสี่ยงต่อการผ่าตัดอย่างมาก แพทย์จึงไม่สามารถผ่าตัดให้ได้

“พ่อของน้องเอมื่อ ที่เสียชีวิตไปแล้ว คือ นายชายบุญรับ ประวินไพร อายุ 32 ปี เขาตายไปแล้ว แต่ตนกับลูกต้องทุกข์ทรมานต่อไป โดยเฉพาะน้องเอมื่อ ที่ไม่รู้ว่าเขาต้องเป็นอัมพาต ไปตลอดชีวิต เพราะยังไร้เดียงสาอยู่ โชคดีที่น้อง เลี้ยงง่ายและหน้าตาน่าเอ็นดู เป็นมิตรกับทุกคน ใครเห็นก็รักและสงสารให้การช่วยเหลือ ทุกอย่างเกิดขึ้น เพราะผลพวงของยาเสพติด ยาบ้า ทำให้ชีวิตครอบครัวของตนเป็นแบบนี้ คนตายไปแล้วก็สบายไป ส่วนตนกับลูกยังต้องเผชิญต่อการมีชีวิตอยู่ต่อไป ทรมานมาก เห็นลูกแล้วสงสารมาก โตขึ้นมา ลูกจะเป็นอย่างไรต่อไป นึกภาพไม่ออกเลย และยิ่งใกล้วันเด็กมาแล้ว เห็นลูกแล้ว ใจหาย น้ำตาไม่รู้ไหลออกมาจากไหนตลอดเวลา”

ผู้เป็นแม่ ได้เล่าเหตุการณ์ครั้งนั้นต่อ หลังจากร้องไห้สะอื้นด้วยความสงสารลูกว่า ช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 29 มิ.ย.58 ขณะที่อยู่บ้าน นายชายบุญรับ มีอาการเบลอเหม่อลอย ตาขวาง ลักษณะคล้ายเมายาบ้า เมื่อตนเห็นอาการสามีผิดปกติ จึงพยายามเก็บมีด และของมีคมต่างๆ ภายในบ้านไปซุกซ่อนไว้เพราะเกรงว่าสามีอาจเกิดคลุ้มคลั่งนำมาเป็นอาวุธทำร้ายได้

แต่แล้ว นายชายบุญรับ เกิดคลุ้มคลั่งคว้าปืนแก๊ปที่แขวนอยู่ภายในห้องนอนออกมาข่มขู่ตน ให้ถอยห่าง จากนั้นสามีของตนก็ได้ อุ้มเอาน้องเอมื่อ ตอนนั้น วัย 4 ขวบ ที่นอนอยู่เดินเข้าป่าหลังบ้านโดยได้บอกว่า “จะเอาไปฆ่าทิ้ง มีคนสั่งให้ฆ่า” ตนตกใจพยายามวิ่งตาม เพื่อที่จะแย่งลูกคืน ระหว่างนั้นสามีของตน ได้เล็งปืนแก๊ปยิงตน แต่ปืนเกิดขัดข้องยิงไม่ออก ทำให้ตนแย่งลูกสาวจากมือสามีมาได้สำเร็จ แต่ขณะที่กำลังแบกลูกขี่หลังเดินออกมาจากป่า นายชายบุญรับ ได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ ทำให้กระสุนปืนกระจายถูกตนและลูกจนล้มฟุบลงจมกองเลือด นายชายบุญรับ ได้ถือปืนแก๊ปวิ่งหนีเข้าป่าไป และสุดท้ายทางเจ้าหน้าที่ก็พบไปฆ่าตัวตายในที่สุด

ตนมาทราบภายหลังจากเกิดเหตุ ว่า ชาวบ้านได้ช่วยนำร่างตนกับลูกส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลในท้องที่ อ.ปาย โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนมีการลำเลียงส่งรักษาต่อที่ รพ.นครพิงค์ จ.เชียงใหม่ ในเวลานั้น

ต่อมาตนได้มาทราบจาก นายแพทย์อมรชัย กิรชนิกรกุล นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ ศัลยกรรมทั่วไป โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นแพทย์เจ้าของไข้ ได้กล่าวถึงอาการของ ด.ญรัตน์สุดา ประวินไพร ลูกสาวของตน เหยื่อกระสุนพ่อเมายาบ้าว่า ตอนที่เด็กถูกส่งตัวมาวันแรกมีบาดแผลจากการถูกยิง 3 แห่ง ลักษณะของกระสุนที่อยู่ในบาดแผลแต่ละแห่งเป็นลักษณะการแตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กๆ คือ บริเวณลำตัวตรงช่องท้อง ศีรษะด้านหลัง และบริเวณกระดูกไขสันหลัง ทั้งยังพบว่า บาดแผลบริเวณช่องท้องมีลำไส้ฉีกขาด จึงได้ทำการผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อยถือว่าปลอดภัยดีแล้ว แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ บาดแผลบริเวณกระดูกไขสันหลังที่ทำให้เด็กมีอาการขาอ่อนแรงทั้ง 2 ข้าง ระบบขับถ่ายต้องใช้วิธีสวนและเจาะกระเพาะปัสสาวะ ช่วงล่างไม่มีความรู้สึกเป็นอัมพาตตั้งแต่ช่วงเอวลงไป

นางธิดารัตน์ เผยอีกว่า ตนมีลูก 3 คน โดยได้ให้ทางญาติดูแลที่บ้าน จ.แม่ฮ่องสอน ส่วนตนมาดูแลน้องเอมื่น ที่ รพ.สารภีบวรพัฒนา และนอนที่นี่กับลูก ส่วนทางบ้านมีอาชีพทำนา ปลูกข้าวอยู่ที่ จ.แม่ฮ่องสอน ถ้าลูกสาวหายดีแล้ว และได้ออกจากโรงพยาบาลก็จะกลับไปอยู่ที่บ้านกับพ่อแม่ของตนเอง แต่ยังไม่รู้ว่าจะทำอาชีพอะไร เพราะหัวหน้าครอบครัวก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว ตอนนี้ก็มีเงินจากการได้รับบริจาคอยู่บ้าง ในบัญชีน้องเอมื่อ มีประมาณ 10,000 กว่าบาท ส่วนตนก็มีติดตัวประมาณ 2 พันกว่าบาท พวกเราฐานะยากจน หากไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น ครอบครัวของพวกเราก็จะดำเนินชีวิตแบบพอเพียงได้

“อย่างไรก็ตามตนก็จะขอต่อสู้กับโชคชะตาชีวิตต่อไปแบบไม่ย่อท้อ และดูแลน้องเอมื่อ ไปตลอดชีวิต ใกล้ถึงวันเด็กแล้ว เห็นหน้าน้องเอมื่อ แล้ว ตนอดไม่ได้ที่น้ำตาจะไหลออกมา เพราะผลพวงจากยาเสพติดแท้ๆ ทำให้ลูก ต้องมีสภาพเป็นแบบนี้ “สงสารลูกมาก””

ที่มา:khaosod