ความจำเป็นของ SEO ตอบโจทย์ธุรกิจออนไลน์

ความจำเป็นของ SEO ตอบโจทย์ธุรกิจออนไลน์ by seo-winner.com

ความจำเป็นของ SEO ตอบโจทย์ธุรกิจออนไลน์
    การทำการตลาดออนไลน์จะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย และบริบททางสังคม ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า การขายของตามแผงลอย หรือ ตามตลาดนัด เราจะสมารถจับต้องสินค้า หรือ มองเห็นรูปร่าง ลักษณะของสินค้าได้อย่างชัดเจน แต่การขายของออนไลน์เราจะได้ดูเพียงรูปภาพ การนำเสนอของสินค้านั้น ๆ ทำให้เกิดความลังเลใจที่จะตัดสินใจซื้อ จึงนำมาสู่การลดความเชื่อมั่นของเว็บไซต์ กลัวที่จะถูกหลอกลวงหรือรับสินค้าที่ไม่ตรงตามที่สั่งซื้อ
    ปัจจุบันนี้การทำการตลาดออนไลน์ ก็ไม่ต่างกันกับการตั้งแผงลอย หรือตลาดนัดที่มีสินค้าคล้าย ๆ กัน ที่มีวางขาย ซึ่งก็มีการเรียกลูกค้าที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้สินค้าของร้านตนเองนั้นขายได้การทำเว็บไซต์ก็เช่นเดียวกัน จำเป็นจะต้องเรียกลูกค้า แต่ลักษณะการเรียกลูกค้าก็ต่างกัน ซึ่งจะต้องมีการโปรโมทเว็บไซต์  การโฆษณาบนอินเตอร์เน็ต การทำ SEO รวมไปถึงการนำลิงก์เว็บไซต์ไปเผยแพร่ลง ทางสื่อต่าง ๆ เช่น ทวิตเตอร์  เฟซบุ๊คเป็นต้น 
    เมื่อทำเว็บไซต์แล้วสิ่งที่คู่กันก็คือการวางแผนการตลาดออนไลน์  จุดประสงค์ที่สำคัญก็คือ ทำให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการเว็บไซต์ของเราและต้องตัดสินใจซื้อสินค้าของเรา ถึงจะประสบผลสำเสร็จในการทำเว็บไซต์เพื่อการตลาดSEO คือทางเลือกที่ หลาย ๆ เว็บไซต์นิยมใช้ในการหาลูกค้า เพราะเป็นตัวช่วยชั้นยอดที่จะทำให้ลูกค้าสนใจสินค้าของเรา ผู้ใช้งานจำนวนมาก เมื่อต้องการเสิรช์หาข้อมูลต่าง ๆ ใช้ Google ในการค้นหา SEO เป็นตัวช่วยที่จำทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับ 1 ของ Google 
และลูกค้าจะตัดสินใจเข้าเว็บไซต์คถุณเป็นอันดับแรก เพิ่มโอกาสทางการขาย SEO จะส่งเสริมเว็บไซต์ของคุณ เมื่อถูกค้นพบบ่อย ๆ เว็บไซต์ของคุณจะอยู่อันดับต้น ๆ เหมือนเว็บไซต์ของคุณมีผู้เข้ามาใช้งานตลอดเวลา ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในกลุ่มลูกค้าได้อย่างแน่นอน การทำ SEO จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการพัฒนาเว็บไซต์และสร้างความน่าเชื่อถือ

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ iรูปภาพseo

 

ที่มา :  http://www.seo-winner.com/

มาแล้ว!!! สติกเกอร์ไลน์ #มิสเตอร์วินน์ซอฟต์ #wynnsoft-solution สมกับการรอคอย ที่แสนคุ้มค่าจริงๆ โหลดมาใช้งานได้ที่แอพพิเคชั่นไลน์ได้แล้ว วันนี้…
และสามารถซื้อได้ที่ http://line.me/S/sticker/1309513

เผย 10 รถยนต์ขายดีที่สุดในญี่ปุ่นประจำเดือนมีนาคม 2559

เผย 10 รถยนต์ขายดีที่สุดในญี่ปุ่นประจำเดือนมีนาคม 2559

เผย 10 รถยนต์ขายดีที่สุดในญี่ปุ่นประจำเดือนมีนาคม 2559

ResponseJP

สนับสนุนเนื้อหา

     สมาคมผู้แทนจำหน่ายรถยนต์แห่งญี่ปุ่น (Japan Automobile Dealers Association) เปิดเผยยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศญี่ปุ่นประจำเดือนมีนาคม 2559 ที่ผ่านมา พบว่า ‘ToyotaPrius’ ขายดีเป็นอันดับที่ 1 ถึง 4 เดือนซ้อน

     โตโยต้า พรีอุส โมเดลเชนจ์ใหม่ ถือเป็นรถยนต์นั่งขายดีที่สุดในญี่ปุ่นประจำเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ด้วยตัวเลขกว่า 31,424 คัน ภายในระยะเวลาเพียงเดือนเดียว รองลงมาเป็น Honda N-Box ซึ่งเป็นรถยนต์กลุ่ม Kei Car ด้วยยอดจำหน่าย 25,542 คัน และรถยนต์ไฮบริด Toyota Aqua ด้วยตัวเลข 23,314 คัน

     10 อันดับรถยนต์ขายดีสุดในญี่ปุ่นประจำเดือนมีนาคม 2559 มีดังนี้

1. Toyota Prius – 31,434 (+69.0%)
2. Honda N-Box – 25,542 (-16.6%)
3. Toyota Aqua – 23,314 (-23.3%)
4. Daihatsu Tanto – 21,565 (-18.0%)
5. Nissan Dayz – 19,326 (-17.9%)
6. Honda Fit – 15,545 (-8.8%)
7. Suzuki Alto – 13,945 (-11.7%)
8. Nissan Note – 13,684 (-2.0%)
9. Toyota Sienta – 12,890 (+557.3%)
10. Suzuki Wagon R – 12,757 (-12.8%)

     จาก 10 อันดับดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความนิยมของรถกลุ่มไฮบริดที่ยังคงมีกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องจากชาวญี่ปุ่น รวมถึงรถกลุ่มอีโคคาร์ที่เรียกว่า Kei Car ยังคงขายดีอยู่เช่นกัน

วิธีตั้งค่าเปิดใช้งาน iMessage ใน iPhone ส่ง Message ฟรีไม่ต้องเสียค่า SMS ทำอย่างไร ?

ย้อนกลับไปในปี 2011 กับการเปิดตัว iOS 5 ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่สร้างความฮือฮาในตอนนั้น นั่นก็คือiMessage หรือโปรแกรมแชทส่วนตัวนั่นเอง ซึ่งมีจุดเด่นก็คือ สามารถใช้งานได้ทั้ง Wi-Fi และเครือข่าย 3G หรือ 4G LTE โดย การใช้งานผ่าน Wi-Fi จะไม่เสียค่าบริการใดๆ

ส่วนการใช้งานผ่านเครือข่าย 3G หรือ 4G LTE จะเสีย data ตามแพ็กเกจที่สมัครไว้ ซึ่ง iMessage นั้น จะแตกต่างจาก Message (SMS/MMS) ตรงที่ Message จะเสียค่าบริการในการส่งต่อครั้งนั่นเอง

สำหรับ iMessage นั้น จะเป็นการส่งข้อความจาก iPhone ไปหา iPhone อีกเครื่องหนึ่ง ซึ่งถ้าหากส่งไปแล้ว ไอคอนเป็นสีน้ำเงิน แสดงว่า เป็นการส่งผ่าน iMessage แต่ถ้าหากเป็นไอคอนสีเขียว แสดงว่า เป็นการส่งแบบ SMS หรือ MMS ครับ

โดยผู้ใช้ iPhone สามารถตั้งค่าการส่งข้อความ ให้เป็น iMessage ได้ด้วยการตั้งค่าแบบง่ายๆ ซึ่งมีวิธีการตั้งค่าดังนี้

เข้าไปที่ Settings > Messages

ถ้าหากจะใช้งาน iMessage จะต้องเปิดใช้งานเสียก่อน

ผู้ใช้สามารถส่ง iMessage ได้ผ่านทาง Apple ID, เบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมลที่ใช้ โดยสามารถเข้าไปตั้งค่าการใช้งานได้

ถ้าหากต้องการทราบว่า ข้อความที่ส่งไปนั้น ถูกอ่านแล้วหรือยัง สามารถเปิดใช้งานฟังก์ชันดังกล่าวได้ที่ Send Read Receipts

ย้ำปิดท้ายบทความอีกสักรอบ ถ้าหากข้อความที่ส่งไป ขึ้นไอคอนสีน้ำเงิน หมายถึง การส่งผ่าน iMessage แต่ถ้าขึ้นไอคอนสีเขียว หมายถึง การส่งแบบ SMS หรือ MMS ซึ่งแบบนี้ จะเสียเงินค่าส่งต่อครั้งครับ

รายละเอียดเพิ่มเติม : iphonelife.com

 

สนับสนุนเนื้อหา:  www.techmoblog.com