เรน – คิมแตฮี พบสื่อหลังแต่งงาน มุ่งหน้าฮันนีมูนบาหลี สนามบินแทบแตก

เรน - คิมแตฮี พบสื่อหลังแต่งงาน มุ่งหน้าฮันนีมูนบาหลี

             เรน – คิมแตฮี ออกทริปฮันนีมูนที่บาหลีทันที ภายหลังจากที่เพิ่งแต่งงานกันไม่นาน พร้อมขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจ   เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2560 มีรายงานว่า เรน – คิมแตฮี คู่รักข้าวใหม่ปลามัน ได้เดินทางมาที่สนามบินอินชอน เพื่อที่จะมุ่งหน้าไปฮันนีมูนที่เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ก่อนหน้านี้ เรน วัย 34 ปี และคิมแตฮี วัย 37 ปี ได้แต่งงานกันที่โบสถ์กังโฮดง ในกรุงโซล โดยที่งานแต่งงานของทั้งสองคนได้รับความสนใจจากสื่อทั้งในและต่างประเทศ แต่ในงานแต่งงานนั้น แขกที่ได้รับเชิญมางานมีเพียงแค่ญาติและเพื่อนสนิท ซึ่งจัดงานอย่างเรียบง่ายเท่านั้น

เรน - คิมแตฮี พบสื่อหลังแต่งงาน มุ่งหน้าฮันนีมูนบาหลี


โดยวันนี้ ทั้งสองคนได้เดินทางมาที่สนามบินอินชอน พร้อมกับบอกว่า “ขอบคุณทุกคน เราจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข” ก่อนที่ทั้งคู่จะจับมือกันเดินไปยังส่วนผู้โดยสารขาออก โดยมีเจ้าหน้าที่ของสนามบินนำทางไป

       

          

เรน - คิมแตฮี พบสื่อหลังแต่งงาน มุ่งหน้าฮันนีมูนบาหลี

เรน - คิมแตฮี พบสื่อหลังแต่งงาน มุ่งหน้าฮันนีมูนบาหลี

เรน - คิมแตฮี พบสื่อหลังแต่งงาน มุ่งหน้าฮันนีมูนบาหลี

เรน - คิมแตฮี พบสื่อหลังแต่งงาน มุ่งหน้าฮันนีมูนบาหลี

เรน - คิมแตฮี พบสื่อหลังแต่งงาน มุ่งหน้าฮันนีมูนบาหลี

เรน - คิมแตฮี พบสื่อหลังแต่งงาน มุ่งหน้าฮันนีมูนบาหลี

เรน - คิมแตฮี พบสื่อหลังแต่งงาน มุ่งหน้าฮันนีมูนบาหลี

ที่มา:kapook

หลิวเต๋อหัว อัพเดทอาการหลังตกม้าในเมืองไทย บาดเจ็บตรงกระดูกเชิงกราน

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพระเอกชื่อดัง หลิวเต๋อหัว ได้ประสบอุบัติเหตุตกม้าในประเทศไทยขณะเดินทางมาถ่ายโฆษณา และได้เดินทางกลับประเทศในทันทีนั้น ล่าสุด หลิวเต๋อหัว ได้อัพเดทอาการในบล็อกส่วนตัว ว่า ” ถึงเพื่อนๆและสมาชิกawc เพื่อนที่รักและเป็นห่วงผมทุกคน วันที่ 1/17 ได้เดินทางไปถ่ายโฆษณาที่ไทย เกิดอุบัติเหตุ ตกจากหลังม้า ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บตรงกระดูกเชิงกราน ตอนนี้กำลังอยู่ในความดูแลทีมแพทย์ ผมปลอดภัยดี ขอให้ทุกคนวางใจไม่ต้องเป็นห่วง ขอบคุณทุกคนที่มาอวยพร”

ที่มา:khaosod

ร้าวฉานหนัก แองเจลินา โจลี สั่ง แบรด พิตต์ ตรวจสารเสพติด 4 ครั้งต่อเดือน

โจลี่ แบรด พิตต์

          แองเจลินา โจลี ยื่นคำร้องบังคับ แบรด พิตต์ ให้ตรวจหาสารเสพติดเดือนละ 4 ครั้ง ฝ่ายแบรด พิตต์ ไม่พอใจที่เนื้อหาคำร้องออกสู่สายตาสาธารณชน ยันต้องการให้ลูกมีความเป็นส่วนตัวมากที่สุด
 ยังคงร้าวฉานไม่จบสิ้น สำหรับคู่อดีตสองสามีภรรยาคนดัง แบรด พิตต์ กับ แองเจลินา โจลี ที่เลิกรากันไปแล้วแต่ทุกอย่างยังไม่จบ ต่างฝ่ายต่างยังคงฉะกันด้วยกฎหมายในแบบไม่ยอมกันง่าย ๆ และข้อมูลล่าสุดที่ถูกเปิดเผยก็ยิ่งทำให้สังคมกลับมาจับตามองกันมากกว่าเดิม

          ในขณะการฟ้องหย่าสะเทือนวงการฮอลลีวูดครั้งนี้กำลังดำเนินไปนั้น ได้มีการเปิดเผยเอกสาร ข้อเรียกร้องของแองเจลินา ที่มีต่อ แบรด พิตต์ หลังจากที่เธอขอสิทธิในการดูแลลูกทั้ง 6 คน โดยจากการรายงานของเว็บไซต์เดลี่เมล เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2559 เผยว่า แบรด พิตต์ ไม่สามารถขอเจอลูก ๆ ได้ง่าย ๆ ดังใจต้องการ โดยอดีตภรรยาได้ตั้งเงื่อนไขไว้ว่า หากเขาต้องการที่จะพบหน้าลูกแล้วละก็ เขาต้องเข้ารับการตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์เสียก่อน เดือนละ 4 ครั้ง

โจลี่ แบรด พิตต์

          แองเจลินา โจลี และ ลอรา วาสเซอร์ ทนายความของเธอ ได้ยื่นคำร้องต่อศาล ส่วนหนึ่งในคำร้องดังกล่าวมีเนื้อหาเกี่ยวกับข้อกำหนด ความรับผิดชอบในการเลี้ยงดูลูกของทั้งคู่รวมอยู่ด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเรียกร้องให้ แบรด พิตต์ ตรวจหาสารเสพติด การยื่นคำร้องในครั้งนี้ ส่งผลให้เนื้อหาของมันถูกเปิดเผยสู่สาธารณะ แบรด พิตต์ ผู้เป็นอดีตสามี ไม่ต้องการให้เนื้อหาเหล่านี้ออกมาสู่สายตาประชาชน เขาจึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลสูงแคลิฟอร์เนีย เพื่อให้เก็บเอกสารเหล่านั้นเป็นความลับ โดย แลนซ์ สปีเกล ทนายของแบรด พิตต์ กล่าวว่า การยื่นคำร้องของแองเจลินา โจลี นั้น ทำให้ข้อมูลที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนถูกเปิดเผย และเธอได้ละเมิดข้อตกลงที่ตั้งขึ้นเพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวของลูก ๆ ของเธอ

          ทนายของแบรด พิตต์ ยังได้กล่าวอีกว่า ลูก ๆ ของเขาทุกคนนั้นควรได้รับการปกป้องดูแลและมีความเป็นส่วนตัว การปล่อยข้อมูลเหล่านั้นออกสู่สาธารณะ จะส่งผลกระทบทางลบต่อสภาพจิตใจของพวกเขา และมันสามารถกระทบไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับพ่อแม่อีกด้วย        อย่างไรก็ตาม คำร้องของ แบรด พิตต์ สำหรับการปกปิดเนื้อหาในเอกสารนั้น ได้ถูกศาลปฏิเสธ และในขณะนี้ลูก ๆ ทุกคนรวมทั้งลูกบุญธรรมล้วนอยู่ในความดูแลของแองเจลินา โจลี ทั้งนี้ในส่วนของการพิจารณาคดีในขั้นตอนต่อไปนั้นจะเริ่มขึ้นเร็ว ๆ นี้ โดยทั้งคู่ มีกำหนดขึ้นศาลในเดือนมกราคม 2560

โจลี่ แบรด พิตต์

         ที่มา:kapook

10 นางแบบอิตาลีสุดฮอต จัดเต็มความอึ๋ม สัดส่วนกระแทกใจชายซะหงายเงิบ

นางแบบอิตาลี

         

              นางแบบอิตาลีเซ็กซี่มาแรงแซงทางโค้งปี 2016 แต่ละคนมาพร้อมหน้าสวย ๆ รูปร่างน่าเจี๊ยะ หนุ่ม ๆ เห็นแล้วฟิน จนอยากจะตีตั๋วไปส่องสาวกันถึงดินแดนมักกะโรนีแน่นอน

          เมื่อพูดถึงประเทศที่ประชากรหน้าตาดีเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกแล้วละก็ เชื่อว่าหนุ่มสาวจากประเทศอิตาลี น่าจะติดท็อปเท็นอย่างไม่ต้องสงสัย หน้าคม ๆ บวกกับผิวสีแทน ดูแล้วมีเสน่ห์มาก ก็อย่างที่เห็นได้ชัดเช่น บรรดานักฟุตบอล แต่ละคนนี่หล่อแซ่บกินใจสาว ๆ ทั่วโลก ส่วนผู้หญิงก็ไม่ต้องพูดถึง งานดี หุ่นแซ่บดีกรีนางแบบทั้งนั้น

          ว่าแล้วกระปุกดอทคอมเลยรวบรวมเอา 10 นางแบบชาวอิตาลีสุดเซ็กซี่มาให้หนุ่ม ๆ ได้ทำความรู้จักด้วย ถ้าอย่างนั้นไปพิสูจน์พร้อม ๆ กันเลยดีกว่าว่า สาวแดนมักกะโรนีจะสวยเด็ดน่ากินขนาดไหนครับ
 
          เอเลน่า ซานตาเรลลี่ (Elena Santarelli)

นางแบบอิตาลี

นางแบบอิตาลี

          เอเลน่า ซานตาเรลลี่ นางแบบและพิธีกรสุดฮอต ที่แม้ว่าจะแต่งงานมีลูกไปแล้ว แต่ว่ารูปร่างของเธอยังดูน่าเจี๊ยะมากเลยทีเดียว

          จอร์เจีย พัลมาส (Giorgia Palmas)

นางแบบอิตาลี

นางแบบอิตาลี

          จอร์เจีย พัลมาส นางแบบและพิธีกรรายนี้ มีดีกรีเป็นถึงรองอันดับ 1 จากเวทีประกวดนางงามอย่าง Miss World ในปี 2000 จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหุ่นเป๊ะ แถมยังถ่ายแบบอวดความเซ็กซี่ลงอินสตาแกรมเป็นประจำอีกด้วย

          มาเรีย ลูโดวิกา กัมปานา (Maria Ludovica Campana)

นางแบบอิตาลี

นางแบบอิตาลี

          สำหรับนางแบบสาวรายนี้ นอกจากจะมีหน้าตาสวยตามแบบสาวยุโรปแล้ว สัดส่วนของเธอต้องบอกเลยว่าแจ่มมาก ๆ ที่สำคัญเจ้าตัวยังรับงานถ่ายแบบชุดว่ายน้ำและชุดชั้นในบ่อย ๆ ด้วย แต่ละภาพชวนฟินเว่อร์

          เอเลโอโนร่า แบร์โตลี่ (Eleonora Bertoli)

นางแบบอิตาลี

นางแบบอิตาลี

          นางแบบเจ้าของหุ่นน่าเซี้ยะรายนี้ ไม่เพียงแค่มีผิวขาวเนียนน่าสัมผัสเท่านั้น แต่หน้าอกหน้าใจของเธอก็สะบึมเหลือกิน จนหนุ่ม ๆ เห็นแล้วกะพริบตาไม่ลงเลยล่ะ

          เคียร่า รุย (Chiara Rui)

นางแบบอิตาลี

          แม้ว่า เคียร่า รุย เป็นนางแบบที่ไม่ได้มีหน้าอกไซส์ใหญ่เหมือนนางแบบทรงโตคนอื่น ๆ แต่ด้วยใบหน้าสวย ๆ และการโพสท่าของเธอก็กินขาดแล้ว เรียกว่าได้ใจผู้ชายไปเต็ม ๆ

          คลอเดีย โรมานี่ (Claudia Romani)

นางแบบอิตาลี

นางแบบอิตาลี

          คลอเดีย โรมานี่ นางแบบที่มาพร้อมกับไฟหน้าสุดสะบึม เธอผ่านงานถ่ายแบบแนวปลุกใจเสือป่าให้นิตยสารชื่อดังมาแล้วมากมาย เช่น Playboy, FHM และ Maxim เป็นต้น นอกจากนี้เจ้าตัวยังเคยถูก FHM ของประเทศเดนมาร์ก จัดอันดับให้เป็น 1 ในสาวเซ็กซี่ที่สุดในโลกแห่งปี 2006 ด้วย

          อเลสเซีย รีอาโต (Alessia Reato)

นางแบบอิตาลี

นางแบบอิตาลี

          ต้องบอกเลยว่า อเลสเซีย รีอาโต นางแบบและพิธีกรสาวแสนสวยวัย 26 ปี เป็นคนที่มีนัยน์ตาชวนฝันมาก ๆ บวกกันรูปร่างที่ดูดีเว่อร์ ทำให้เธอเข้าไปอยู่นั่งในใจผู้ชายได้สบาย ๆ

          ลอร่า ครีมาสกิ (Laura Cremaschi)

นางแบบอิตาลี

นางแบบอิตาลี

          ลอร่า ครีมาสกิ เป็นนางแบบที่มาพร้อมกับหุ่นที่แจ่มมาก เห็นได้ชัดจากหน้าท้องที่แบนราบและหน้าอกอึ๋ม ๆ ของเธอ ทั้งยังเป็นคนที่โพสท่าไหนก็ดูเซ็กซี่ไปหมดอีกต่างหาก

          เอเลน่า ริซ (Elena Riz)

นางแบบอิตาลี

นางแบบอิตาลี

          สำหรับ เอเลน่า ริซ เป็นนางแบบขาประจำของ Playboy ประเทศอิตาลี โดยจุดเด่นของเธอที่ดึงดูดสายตาของผู้ชายได้ดี ก็คือดวงตาสีฟ้าชวนเคลิ้มบวกกับไฟหน้าไซส์ใหญ่นั่นเอง เห็นแบบนี้แล้ว หนุ่ม ๆ ต้องเก็บเอาไปฝันแน่นอน

          – ลอร่า มาตุชชี่ (Laura Matucci)

นางแบบอิตาลี

นางแบบอิตาลี

          ลอร่า มาตุชชี่ นางแบบผิวสีน้ำผึ้ง ต้องบอกเลยว่าเป็นผู้หญิงที่สวยมาก ๆ แถมมีสัดส่วนที่เป๊ะเว่อร์ไปหมด โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจที่เล่นเอาผู้ชายใจเต้นไม่เป็นจังหวะเลยทีเดียว

ที่มา:kapook

“ซงจุงกิ” ชอบอากาศเมืองไทย ร้อนก็ชอบ และชอบอาหารสิ่งนี้!!

Picture

สำหรับพระเอกหนุ่มที่โด่งดัง ขนาดนี้อย่าง “ซงจุงกิ” กับซีรี่ส์ descendants of the sun ครั้งนี้เจ้าตัวได้บินมาประเทศไทย  เหล่าบรรดาแฟนคลับก็เฝ้ารอคอยที่สนามบินจนสนามบินบ้านเราแทบแตกกันเลยกันทีเดียว วันนี้ซงจุงกิ แฟนมีท เจ้าตัวได้เผย บอกชอบอากาศเมืองไทยมาก ร้อนก็ชอบ อยากไปว่ายน้ำ ที่ภูเก็ต ตอนนี้ยังไม่ได้ไปเลยและชอบ ผักบุ้งไฟแดง มาก อาหารไทย ซึ่งงานนี้บัตรขายหมดภายใน5นาที

cr. แจ็คการีน

Picture

ผญ.ข้ามเพศสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย “แอม เพลงสุดท้าย”คว้ารางวัลนำหญิงที่เยอรมัน

Picture

               กำลังเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์กันอย่างมากเมื่อผู้หญิงข้ามเพศของไทยอย่าง “แอม-ไอศวรรยา อริยะวัฒนา“อดีตนางเอกหนังเรื่อง”เพลงสุดท้าย”ได้คว้ารางวัล”ดารานำหญิง”จากเวทีประกาศรางวัลชื่อดังของประเทศเยอรมันอย่าง “Grimme-Preis 2016” ซึ่งการรับรางวัลของเธอในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่ผู้หญิงข้ามเพศมีโอกาสได้รับรางวัลดารานำหญิงจากเวทีประกาศรางวัลนี้

โดยรางวัลดารานำหญิงนี้เธอได้รับจากผลงานการแสดงจากหนังเรื่อง “Patong girl” หนังของประเทศเยอรมันเรื่องล่าสุดที่เธอมีโอกาสได้โกอินเตอร์ไปเล่น ซึ่งหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ถ่ายทำขึ้นเพื่อไปฉายทางทีวีของประเทศเยอรมัน และจะเข้าฉายที่โรงภาพยนตร์ในประเทศไทยด้วยในวันที่ 21เมษายนนี้ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ฯลฯ  โอ้มายก๊อด!สุดยอดมาก เรียกว่าเพียงแค่สาวแอมเธอโกอินเตอร์ไปเล่นหนังที่เยอรมันเพียงเรื่องแรกเธอก็ชนะเลิศขนาดได้รับรางวัลมาครองกันเลยเหรอเนี่ย  อั้ยย่ะ!ผู้หญิงข้ามเพศไทยไม่แพ้ใครในโลกเลยจริงๆคะสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยอีกแล้ว

Picture

สาวไทยแถลงมีความสัมพันธ์กับ วิค F4 ท้องแล้วทำแท้ง

Picture

สาวไทยแถลงมีความสัมพันธ์กับ วิค F4 ท้องแล้วทำแท้ง
วันนี้ ( 18 ก.พ.) สาวไทยอายุ 28 ปี ที่อ้างตัวว่ามีความสัมพันธ์กับอดีตนักร้องดัง วิค เอฟโฟร์ จนตั้งท้อง แต่วิคไม่รับผิดชอบ เผยคุยกันผ่านโปรแกรมแชทนานหลายปี เจอกันครั้งแรก วิคเป็นคนเรียกเข้าไปหา ทั้งนี่เมื่อเรื่องนี้เผยแพร่ออกไป โลกออนไลน์ได้ออกมาวิพากษ์วิจาณ์กันเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ สติโอ ช่อง 2 สาวนิรนามคนดังกล่าว “แพรอร” อายุ 28 ปี ได้เดินทางมาอัดรายการ “ข่าว 2” ทาง ช่อง 2 บันเทิง มาเต็ม กดเลข 38 พร้อมตั้งโต๊ะเปิดใจกับสื่อไทยทุกเรื่อง

ที่ออกมาวันนี้เพราะอะไร
“เห็นจากหลายๆ อย่างที่ถาโถมเข้ามา ก็เลยอยากมาพูด”

ไปรู้จักเขาได้ยังไง
“เรารู้จักกันผ่านเพื่อนค่ะ ก็เลยคุยกันเรื่อยมา ตอนแรกก็คุยกันเฉยๆ แล้วก็เริ่มสานสัมพันธ์กันโดยที่เขาเข้ามาหาเราก่อน รู้จักกันผ่านเพื่อนคนหนึ่งที่อยู่ไต้หวัน เพราะหนูมีญาติอยู่ที่นั่นคะ เขาเป็นเพื่อนกัน แล้วเขาก็เป็นเพื่อนรุ่นพี่ของหนูอีกทีหนึ่ง”

ที่ออกมาพูดเรื่องนี้ต้องการอะไรจากสังคม
“หลักๆ ของหนู หนูเห็นจากหลายๆ คนที่พูดถึงกัน ประติดประต่อกัน พูดถูกบ้างไม่ถูกบ้าง หนูเลยอยากออกมาพูด มาตอบคำถามที่หลายคนสงสัย”

มันมีผลกระทบอะไรกับเราบ้าง
“ก็รู้สึกแย่นิดหนึ่ง แต่ไม่เท่าไหร่ เพราะก่อนหน้านั้นเจอมาเยอะแล้ว”

เจอเขาที่ไต้หวันหรือเจอที่ไทย
“ที่ไต้หวันค่ะ”

ตอนนั้นเราไปทำอะไรที่ไต้หวัน
“ไปกลับๆ เพราะว่าหนูมีญาติอยู่ที่โน้น”

ทำไมเราถึงเจอดาราไต้หวันได้ง่ายจัง
“มันเป็นเพราะเขาเปิดทางให้เราเข้ามามากกว่า”

เจอกัน เริ่มคบกันยังไง
“จริงๆ เป็นเพื่อนกันก่อน แล้วก็ค่อยมาขยับความสัมพันธ์ทีหลัง”

ปีอะไรที่เป็นเพื่อนกัน
“เราคบกัน 5 ปี แล้วก็เป็นเพื่อนกัน 2 ปี เริ่มที่ปี 2009”

ตอนเป็นเพื่อนคุยกันเยอะไหม คุยปกติ
“ไม่ค่อยได้เจอกันด้วยซ้ำ คุยกันน้อยๆ ส่วนใหญ่ก็คุยเหมือนเป็นเพื่อนๆ กัน ไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่”

คบกันลับๆ ตกลงกันทั้งคู่ว่าเราคบกัน
“บอกใครไม่ได้”

เพื่อนๆ เรารู้ไหม
“รู้น้อยมาก รู้ไม่กี่คน”

ตกใจไหม เขาคือซูเปอร์สตาร์เอเชีย แต่มาคบกับเรา
“ไม่ตกใจค่ะ”

ทำไมไม่ตกใจ
“เพราะว่ารู้นิสัยอะไรหลายๆ อย่าง เหมือนคนเรารู้จักกันก็จะเห็นนิสัยกัน เห็นนิสัยแล้วเราก็เฉยๆ”

นิสัยเขาเป็นยังไง
“ถ้าเอาจริงๆ แล้วเขาจะเป็นคนติสท์ๆ เป็นคนพูดเยอะด้วยซ้ำ ไม่ค่อยเหมือนในทีวีเท่าไหร่”

บอกว่าเขาเข้าหาเราก่อน อะไรที่ทำให้คิดว่าเขาจีบ
“หลังๆ ก็คุยกันบ่อย แสดงอาการอะไรประมาณนี้ มันบอกยากนะคะความรู้สึกแบบนี้”

เขาบอกเรา หรือเรารู้สึกเอง
“จะพูดยังไงดีล่ะ”

เขาคุยกับเรายังไง คุยบ่อยไหม หรือสวีท
“ตอนนั้นเราเจอกันที่โรงแรม(หัวเราะ) แล้วก็ได้มีการพูดคุยกัน”

คุยกันยังไง
“ก็จะคุยกันผ่านโปรแกรมเรื่อยๆ”

ตลอด 5 ปีนี่ยังไง
“เราจะเจอกันบ้าง เขาไปทำงานที่ไหน ถ้าใกล้ที่นั่นเราก็จะไปเจอกัน อย่าล่าสุดเขามาถ่ายที่ไทย เขาก็จะเรียกเราไป”

เขาบอกไหม ชอบเราเพราะอะไร
“ไม่รู้เหมือนกัน ไม่เคยถาม รู้แต่ว่าเขาเคยบอกว่าเราเป็นคนไม่พูดเยอะ ไม่จี้มากกว่า หนูเป็นคนที่พูดน้อย”

ตอนนี้ใช้ว่าแฟนเลยไหม
“ใช้ยังไง ต่างชาติกับไทยมันสื่อกันยากมากเลย”

อะไรที่เขาแสดงออกว่าเราเป็นแฟนเขา หรือเขาเป็นแฟนเรา
“แบบนั้นเหรอ ความรู้สึกแบบนั้นเหรอ คือเขาจะเป็นคนใส่ใจเวลาตื่นเช้าเขาก็จะมาทัก อย่างเวลาเขาไปทำงานเขาก็จะบอกว่า เขาไปทำงานแล้วนะ เหนื่อยมากเลย คุณทำอะไรอยู่ นิสัยจะเป็นแบบนี้มากกว่า ถ้าเกิดเราอยู่ห่างกันนะส่วนใหญเวลาที่เราเจอกันจะค่อนข้างน้อย”

ตอนไปไต้หวันที่ไปเจอเขาทำอะไรบ้าง เที่ยว กินข้าว
“เอางี้เลยเหรอ หนูกับเขาเวลาเจอกัน การเจอกันมันค่อนข้างที่จะเปิดเผยไม่ได้ เวลาเจอกัน เราจะเจอกันในห้อง แล้วเราก็…อื้ม”

เขามีพาไปกินข้าว เดินเล่นอะไรไหม
“ไม่ได้ มันทำแบบนั้นไม่ได้ เขาก็ดังในประเทศเขา”

ย้อนกลับไปตอนที่ไปเจอกันในห้องคือเป็นแฟนกันรึยัง
“คือเราก็ได้เสียกันก่อน ประมาณ 2 ครั้ง”

รู้จักกันปี 2009 เป็นแฟนกันปีไหน
“ก็ประมาณปี 2012 มันไล่ๆ หลัง ปลายๆ ของปี2011 แล้วก็ 2012”

ที่คุยกันในห้องปีไหน
“จริงตอนนั้นที่ได้เสียกัน(ยิ้ม) จะพูดยังไงดีล่ะ มันก็ยังเป็นกึ่งๆ เป็นเพื่อน ก็น่าจะประมาณปลายๆ ปี 2011 จะเข้า 2012 ที่เราเริ่มคุยกัน”

บางสื่อ ที่หนูให้สัมภาษณ์บอกว่าเขาขืนใจ
“ถูกต้องค่ะ ครั้งแรกเขาเริ่มเข้ามาก่อน โดยการที่บอกให้เราเข้าไปหา เขาบอกว่าให้หนูเข้าไปหาหน่อย ตอนแรกเขาก็อ้างโน้นอ้างนี่แหละ พอหนูเข้าไปก็ให้หนูนั่งที่ปลายเตรียง หนูก็เออๆ นั่งๆ พอนั่งเสร็จเขาก็บอกให้หนูนอนลง หนูไม่ยอมนอนอยู่นั่งอยู่อย่างนั้นนานมาก 10 นาทีได้มั้ง แล้วเขาก็ทำเป็นนอน นอนให้เราชิน แล้วสักพักเขาก็เดินมาจับแขนหนูให้ไปนั่งข้างๆ เขา แล้วก็จับหนูนอนเลย”

นั่นขืนใจหรือเรายอม
“เราไม่ยอม แต่เขาพยายาม ตอนแรกหนูนั่งเฉยๆ พยายามที่จะไม่มีอะไรกับเขา”

ไม่คิดอะไรเลย อยู่ในห้องกับผู้ชาย 2 คนแบบนั้น
“หนูเป็นคนมีเพื่อนชายเยอะมากเลย จะไม่ค่อยคิดเรื่องแบบนี้”

ครั้งที่ 2 เขาให้ไปหาก็ไม่กลัว ทั้งที่บอกว่าครั้งแรกเขาขืนใจ
“ไม่คิดค่ะ หนูมีเพื่อนผู้ชายเยอะ หนูไว้ใจเขานะ”

ไว้ใจยังไง ครั้งแรกเราโดนขืนใจไปแล้วนะ
“มันได้แล้วอ่ะ หนูเป็นคนคิดแบบว่าคนมันได้เสียกันแล้วเนาะ แล้วมันก็เป็นเพื่อนๆ กัน คือตอนที่เราได้เสียกันครั้งแรกใช่ไหม ตอนแรกก็ยังไม่ได้พูดคุยอะไรกัน แต่พอกลับไปต่างคนต่างแยก พอหนูกลับก็มีการคุยกันบ้าง ประมาณว่าเป็นยังไงบ้าง ครั้งที่ 2 ก็ลักษณะเดิม หลอกให้ไปอีก แต่ก็แบบไม่ได้คิดอะไร คิดแบบนั้นจริงๆ”

ครั้งสุดท้ายที่เจอเมื่อไหร่
“วันที่ 18 มิถุนาปีที่แล้ว(2015) ที่สมุย”

เห็นว่าท้อง(เอาออกแล้ว) ยืนยันว่าเป็นลูกของเขา
“เขาคือคนที่หนูมีความสัมพันธ์ด้วยมาตลอด”

ไม่ได้มีการป้องกัน
“ไม่ได้ป้องกัน”

ครั้งล่าสุดที่ท้องคือที่สมุย ถูกไหม
“ใช่ หลังจากที่เขากลับไปก็ท้อง ประมาณ 2 เดือน”

มั่นใจไหมว่าเป็นลูกเขา
“หนูมีความสัมพันธ์ล่าสุดกับเขา เพราะหนูไม่ได้มีความสัมพันธ์กับคนอื่นในเรื่องของเรื่องบนเตียง ถ้าเป็นเพื่อนผู้ชายอะมีแต่ไม่ได้มีเรื่องบนเตียงด้วยกัน”

ตัดสินใจทำแท้งเพราะกดดัน ทำไมไม่เก็บลูกไว้ ตรวจ DNA ก็ได้
“หนูไม่ได้อยากเรียกร้อง หนูกำลังออกมาพูดความจริง จริงๆ ตั้งแต่แรกหนูไม่ได้อยากทำอะไรเลย ตอนที่เกิดเรื่องขึ้นมาหนูแค่ต้องการคำอธิบายเท่านั้น หนูก็เลยพยายามทำทุกอย่างให้เขาออกมาพุแต่เขาก็ไม่ออกมาพูด ก็เลยทำให้หนักขึ้น”

เรียกร้องในสื่อบ้านเขา
“มีค่ะ ตอนนั้นติดต่อกับสื่อแอปเปิ้ลเดลี่ค่ะ เขาก็มาคุยกับเรา พอได้คุยกันเขาก็ออกข่าววันนั้นเลย วันที่ 1 มกราคม”

ฟีดแบคข่าวเป็นไง
“ก็แรงนะ ฉาวเลย”

เห็นว่าของแทนใจคือแหวน
“ใช่ค่ะ ที่เขาก็มี”

เขาให้แหวนเนื่องในโอกาสอะไร
“วันเกิดค่ะ”

เขาเคยใส่ไหมแหวน
“(ส่ายหน้า)”